ݺߣ

ݺߣShare a Scribd company logo
งานนำเสนอ1 วสันตดิลก ฉันท์ ๑๔
ข้าแต่พระจอมจุฬมกุฎ           บริสุทธิกาจาย
           ปรากฏพระยศระบุระบาย                ตระบะเบิกระบือบุณย์
                เมตตาทยาลุศภกรรม
                             ุ                อุปถัมภการุณย์
           สรรเสริญเจริญพระคุณสุน             ทรพูนพิบูลงาม

  ข้าแต่จอมกษัตริยผู้ทรงความบริสุทธิ์ พระเกียรติยศ การบาเพ็ญตบะและบุญญาธิ
                   ์
การเลื่องลือทั่วไป พระเมตตาปรานี พระราชกิจอันล้าเลิศ พระอุปถัมภ์ และพระ
กรุณาเป็นที่ยกย่องสรรเสริญ พระเกียรติคุณอันดีงามเพิ่มเป็นทวีคูณ
๶ปรียบปานมหรรณพȨี        ทะนุที่ประทังความ
      ร้อนกายกระหายอุทกยาม             นรหากประสบเห็น
             อิบอิ่มกระหยิ่มหทยคราว    ระอุผ่าวก็ผ่อนเย็น
      ยัง อุณหมุญจนะและเป็น            สุขปีตดีใจ
                                              ิ

 เปรียบเหมือนห้วงน้าใหญ่ทชวยผ่อนความร้อนความกระหาย
                    ้       ี่ ่
น้้าของผูทได้พบเห็นให้อมเอิบชุ่มชืนใจ คราวร้อนก็ชวยปลด
         ้ ี่          ิ่         ่              ่
เปลืองความร้อนให้เกิดความสุขความปิตยนดี
     ้                                 ิิ
อัȨ้าพระองค์กษณะนี้          ภยมีจะร้อนใด
      ยิ่งกว่าและหามนุษย์ไหน              จะเสมอเสมือนตน
           ใคร่เปลื้องประเทืองประณุททุกข์ ภยมุขประมวลดล
      ไร้ญาติและขาดมิตรสกล                ชนผู้จะดูดาย


   อันตัวของข้าพระองค์ขณะนีประสบความทุกข์ร้อนอันยิ่งใหญ่ ไม่มีผใู้ ดเทียบเทียม
                            ้
ได้ใคร่จะปลดเปลืองความทุกข์ร้อนแต่กไ็ ร้ญาติขาดมิตร
                ้
โดยเดียวเพราะอาดุร ณ แด      และก็แก่ชรากาย
          ที่ซ่งจะพึงสรณะหมาย
               ึ                               อนุสรบห่อนเห็น
                  ทราบข่าวขจรกิรติบา           รมิว่าพระองค์เป็น
          เอกอัครกษัตริยสขมเพ็ญ
                          ์ุุ                  กรุณามหาศาล

    มีเพียงตัวคนเดียวซึงแก่ชรา ที่พงทีจะพักพิงก็มองไม่เห็นเลย ได้รู้
                       ่            ึ่ ่
ข่าวพระเกียรติคุณเลืองลือว่า พระองค์ทรงเป็นกษัตริยผู้
                     ่                                 ์
ยิ่งใหญ่ ทรงมีปัญญาลึกซึงเต็มเปียมด้วยพระมหากรุณาธิคณ
                           ้      ่                       ุ
หวัง พึ่งพะพิงบพิตรพึ่ง              อภิโพธิสมภาร
               มอบกายถวายชีวตปราณ ิ                    นิจ กาลปรารมภ์
                    คิดไว้มไิ ด้ประดุจเจตน์             เฉพาะเหตุบเห็นสม
               ขืนทาก็เท่ากะจะนิยม                      คติผดพินจดู
                                                             ิ ิ

  จึงหวังจะพึ่งพระบรมโพธิสมภาร มอบกายถวายชีวตแด่พระองค์จนกว่าชีวตจะหา
                                                     ิ                 ิ
ไม่ แต่ทว่าคงจะไม่ได้สมความคิด เพราะเป็นสิ่งอันไม่บังควร ทั้งนีหากทาไปก็เท่ากับ
                                                               ้
ทาผิดอย่างร้ายแรง
ขึ้นชื่อกระฉ่อȨุรุษกัก              ขฬอักกตัญญู
                 คิดคดกบฏประทุษภู                        วประเทศไผทตน
                      จ าเป็นเพราะเหลือจะทุมนัส          บมิน่าจะรับผล
                 พ้องราชภัยเพราะทุรพล                     ดุจ นี้คะนึงดู


    จะขึนชื่อว่าเป็นคนชั่วอกตัญญู เป็นกบฏต่อบ้านเกิดเมืองนอนของตน จาเป็นอย่าง
        ้
ยิ่งเพราะเสียใจเหลือเกิน ข้าพระองค์ได้รับพระราชอาญาเป็นด้วยเหตุ
๶หตุเึϸมก็โึϸบรมรา               ชอชาตศัตรู
              ปรึกษากะข้ายุคลมู                      ลิกมุขและมนตรี
                   จัก ยาตรหยู่ห์พหลยุท              ธประทุษย่ายี
              เขตแดนพระองค์นยมนีิ                    รประโยชน์พยายาม

   พระเจ้าอชาตศัตรูทรงปรึกษากับข้าราชการและข้าราชการชันผู้ใหญ่จะยกกองทัพมา
                                                      ้
ย่ายี
ข้าบาทบมาดมนอสัตย์           พิเ คราะห์ชัดถนัดความ
                 จริงอ้างกระจ่างพจนตาม              อธิบายระบิลแจง
                       วัชชีบวรนครสรร               พจะขันจะเข้มแขง
                 รี้พลสกลพิรยแรง
                              ิ                    รณการกล้าหาญ

   แคว้นวัชชี โดยหาได้มีผลดีตามที่คดมุงหมายไว้แต่อย่างไร ข้าพระองค์คด
                                   ิ ่                              ิ
ไตร่ตรองด้วยความสัตย์ เห็นอย่างชัดเจนจึงได้กราบทูลอธิบายว่า แคว้นวัชชีนน
                                                                       ั้
เข้มแข็ง ไพร่พลมากมายล้วนแต่กล้าหาญ
มาคธไผทรฐนิกร               พลอ่อนบชานาญ
               ทั้ง สินจะสู้สมรราญ
                      ้                             ริปุนั้นไฉนไหว
                        ดั่ง อินทโคปกะผวา           มุหฝ่าณกองไฟ
               หิ่ง ห้อยสิแข่งสุรยะไหน
                                   ิ                จะมิน่าชิวาลาญ


   ส่วนมคธนั้นเล่าทหารยังอ่อนหัดไม่ชานาญ ไม่อาจทาสงครามกับข้าศึก
ได้ เปรียบเสมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ หิ่งห้อยแข่งกับแสงอาทิตย์ ก็มีแต่จะ
เสียชีวิต
เห็นน่าจะหายนะก็ขด พจนัตถทัดทาน
                                ั
           บัดดลบดินทรธดาล        พระพิโรธส้าแดง
               ลงราชทัณฑพิธทา     รุณการร้ายแรง
           ไป่ควรเฉลยนยแถลง       เพราะพระองค์กทรงเห็น
                                                ็

 เห็นความหายนะชัดเจนจึงทูลทัดทาน ทันใดพระองค์ทรงพิโรธ สั่งให้ลงโทษอย่าง
หนักในฐานที่บังอาจกราบทูลขัดแย้งกับพระองค์
กราบทูลประมูลบทประมวล                  ระบุล้วนตลอดเป็น
             ความจริง บ แต่งกลประเด็น                  นิรสารพาที
                ที่ดับระงับทุผลผ่อน                    ก็ บ ห่อนจะเห็นมี
             นอกจากพระองค์อดุลสี                       ตลเมต ต คุณมัย


   ที่ข้าพระองค์กราบทูลมาทังหมดนีเ้ ป็นความจริงทุกประการ มิได้เสริมแต่งสาระ
                           ้
อันใดเลย ที่ที่จะช่วยดับความทุกข์ร้อนได้กไ็ ม่มี นอกเสียจากความร่มเย็นแห่งพระ
มหากรุณาธิคุณของพระองค์
มุ่ง มาก็หมายกมลมี                  สรณียเป็นไป
              ครองชีวสืบสุขพิสัย                         อนุสนธิอาสัญ
                     สุดแต่จะทรงพระกรุณา                ทะนุข้าพระบทมาลย์
              ผู้ถึง อภัพทุพลซาน                          เสาะอุสาหมาถึง


      เดินทางมาก็หมายใจจะยึดเป็นที่พ่ง ครองชีวตอย่างเป็นสุขสืบไปจนกว่าจะตาย จะ
                                      ึ        ิ
ตั้งใจรับราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณตลอดไป ทั้งนีสุดแต่จะทรงพระกรุณาโปรด
                                                     ้
เกล้าฯ แก่ข้าพระองค์ผู้อาภัพอับจนที่ได้ซมซานมาด้วยความอุตสาหะ
งานนำเสนอ1 วสันตดิลก ฉันท์ ๑๔
การเลือกสรรคา
      วรรณคดีประเภทฉันท์แม้จะนิยมใช้คาบาลีสันสกฤตก็ตาม เพราะต้องการบังคับ
ครุ ลหุ แต่ผู้แต่งสามัคคีเภทคาฉันท์กเ็ ลือกสรรคาได้อย่างไพเราะเหมาะสมทั้งเสียงและ
ความ เช่น
     ๑. ใช้คาง่าย ๆ ในบางตอน ทาให้ผู้อานเข้าใจได้ไม่ยากนัก เช่น ตอนวัสสกา -
                                            ่
รพราหมณ์เข้าเมืองเวสาลีซ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นวัชชี
                            ึ
     ๒. การใช้คาที่มีเสียงเสนาะ เสียงเสนาะเกิดจากการใช้คาเลียนเสียงธรรมชาติ มี
การย้าคา ใช้คาที่ก่อให้เกิดความรู้สก เช่น ตอนชมกระบวนช้าง
                                   ึ
๓. ใช้คาที่ก่อให้เกิดความรู้สก เช่น ตอนพรรณนากองทัพของพระเจ้า อชาตศัตรู
                              ึ
             “แรงหัตถ์กวัดแกว่งซึ่งสรรพ์          ศัสตราวุธอัน
        วะวาบวะวาวขาวคม”
คา วะวาบวะวาว ก่อความรู้สกให้ผู้อ่านนึกเกรงขามได้ดีมาก
                                ึ
๔. ใช้คาที่มีความหมายกระชับ คาบางคาผูอ่านอ่านแล้วเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้
                                          ้
ถ้อยคาอื่นมาขยายความอีกเลย
๕. การหลากคา กวีจาเป็นต้องรู้จักคามากเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คาซ้ากัน ทาให้
ผู้อ่านเห็นความเป็นอัจฉริยะของกวี
๖. การเพิ่มสัมผัส คาประพันธ์ไทยนิยมสัมผัสมากแม้ว่าฉันท์จะเป็นคาประพันธ์ที่
ไทยรับมาจากอินเดียซึ่งแต่เดิมไม่มสัมผัส เราก็เพิ่มสัมผัสนอกเข้าไปเพื่อให้ไพเราะ
                                   ี
ยิ่งขึ้น นอกจากนียังเพิ่มครุ ลหุเข้าไปในกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ทาให้เกิดลีลาคึกคัก
                  ้
เหมาะสมกับท้องเรื่อง เช่น ตอนบรรยายการจัดกองทัพของพระเจ้า อชาตศัตรู
การใช้โวหาร
    สามัคคีเภทคาฉันท์มีความไพเราะงดงามอันเกิดจากสารที่กวีใช้ศลปะในการถ่ายทอด
                                                              ิ
ความหมายของเนือหาโดยการใช้สานวนโวหาร และการใช้ภาพจน์ เพื่อให้ผู้อานจินตนาการ
                 ้                                                   ่
เห็นภาพชัดเจน เข้าใจและเกิดอารมณ์คล้ายตาม เช่น
๑. บรรยายโวหาร ใช้คาให้เห็นภาพชัดเจนตามลาดับเหตุการณ์ รวดเร็ว เข้าใจง่าย
๒. พรรณนาโวหาร เป็นการสร้างมโนภาพให้ผอ่านเกิดภาพขึนในใจ หรือมองเห็นภาพ
                                          ู้              ้
บรรยากาศตามที่กวีต้องการ
๓. อุปมาโวหาร เป็นการกล่าวเปรียบเทียบเพื่อให้ผู้ผอ่านเข้าใจและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึน
                                                 ู้                              ้
ลีล าการประพันธ์
- ใช้ฉันทลักษณ์ได้อย่างงดงามเหมาะสม โดยเลือกฉันท์ชนิดต่าง ๆ มาใช้สลับกัน
ตามความเหมาะสมกับเนือเรื่อง จึงเกิดความไพเราะสละสลวย
                          ้
- ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เห็นภาพชัดเจน
งานนำเสนอ1 วสันตดิลก ฉันท์ ๑๔

More Related Content

งานนำเสนอ1 วสันตดิลก ฉันท์ ๑๔

  • 2. ข้าแต่พระจอมจุฬมกุฎ บริสุทธิกาจาย ปรากฏพระยศระบุระบาย ตระบะเบิกระบือบุณย์ เมตตาทยาลุศภกรรม ุ อุปถัมภการุณย์ สรรเสริญเจริญพระคุณสุน ทรพูนพิบูลงาม ข้าแต่จอมกษัตริยผู้ทรงความบริสุทธิ์ พระเกียรติยศ การบาเพ็ญตบะและบุญญาธิ ์ การเลื่องลือทั่วไป พระเมตตาปรานี พระราชกิจอันล้าเลิศ พระอุปถัมภ์ และพระ กรุณาเป็นที่ยกย่องสรรเสริญ พระเกียรติคุณอันดีงามเพิ่มเป็นทวีคูณ
  • 3. ๶ปรียบปานมหรรณพȨี ทะนุที่ประทังความ ร้อนกายกระหายอุทกยาม นรหากประสบเห็น อิบอิ่มกระหยิ่มหทยคราว ระอุผ่าวก็ผ่อนเย็น ยัง อุณหมุญจนะและเป็น สุขปีตดีใจ ิ เปรียบเหมือนห้วงน้าใหญ่ทชวยผ่อนความร้อนความกระหาย ้ ี่ ่ น้้าของผูทได้พบเห็นให้อมเอิบชุ่มชืนใจ คราวร้อนก็ชวยปลด ้ ี่ ิ่ ่ ่ เปลืองความร้อนให้เกิดความสุขความปิตยนดี ้ ิิ
  • 4. อัȨ้าพระองค์กษณะนี้ ภยมีจะร้อนใด ยิ่งกว่าและหามนุษย์ไหน จะเสมอเสมือนตน ใคร่เปลื้องประเทืองประณุททุกข์ ภยมุขประมวลดล ไร้ญาติและขาดมิตรสกล ชนผู้จะดูดาย อันตัวของข้าพระองค์ขณะนีประสบความทุกข์ร้อนอันยิ่งใหญ่ ไม่มีผใู้ ดเทียบเทียม ้ ได้ใคร่จะปลดเปลืองความทุกข์ร้อนแต่กไ็ ร้ญาติขาดมิตร ้
  • 5. โดยเดียวเพราะอาดุร ณ แด และก็แก่ชรากาย ที่ซ่งจะพึงสรณะหมาย ึ อนุสรบห่อนเห็น ทราบข่าวขจรกิรติบา รมิว่าพระองค์เป็น เอกอัครกษัตริยสขมเพ็ญ ์ุุ กรุณามหาศาล มีเพียงตัวคนเดียวซึงแก่ชรา ที่พงทีจะพักพิงก็มองไม่เห็นเลย ได้รู้ ่ ึ่ ่ ข่าวพระเกียรติคุณเลืองลือว่า พระองค์ทรงเป็นกษัตริยผู้ ่ ์ ยิ่งใหญ่ ทรงมีปัญญาลึกซึงเต็มเปียมด้วยพระมหากรุณาธิคณ ้ ่ ุ
  • 6. หวัง พึ่งพะพิงบพิตรพึ่ง อภิโพธิสมภาร มอบกายถวายชีวตปราณ ิ นิจ กาลปรารมภ์ คิดไว้มไิ ด้ประดุจเจตน์ เฉพาะเหตุบเห็นสม ขืนทาก็เท่ากะจะนิยม คติผดพินจดู ิ ิ จึงหวังจะพึ่งพระบรมโพธิสมภาร มอบกายถวายชีวตแด่พระองค์จนกว่าชีวตจะหา ิ ิ ไม่ แต่ทว่าคงจะไม่ได้สมความคิด เพราะเป็นสิ่งอันไม่บังควร ทั้งนีหากทาไปก็เท่ากับ ้ ทาผิดอย่างร้ายแรง
  • 7. ขึ้นชื่อกระฉ่อȨุรุษกัก ขฬอักกตัญญู คิดคดกบฏประทุษภู วประเทศไผทตน จ าเป็นเพราะเหลือจะทุมนัส บมิน่าจะรับผล พ้องราชภัยเพราะทุรพล ดุจ นี้คะนึงดู จะขึนชื่อว่าเป็นคนชั่วอกตัญญู เป็นกบฏต่อบ้านเกิดเมืองนอนของตน จาเป็นอย่าง ้ ยิ่งเพราะเสียใจเหลือเกิน ข้าพระองค์ได้รับพระราชอาญาเป็นด้วยเหตุ
  • 8. ๶หตุเึϸมก็โึϸบรมรา ชอชาตศัตรู ปรึกษากะข้ายุคลมู ลิกมุขและมนตรี จัก ยาตรหยู่ห์พหลยุท ธประทุษย่ายี เขตแดนพระองค์นยมนีิ รประโยชน์พยายาม พระเจ้าอชาตศัตรูทรงปรึกษากับข้าราชการและข้าราชการชันผู้ใหญ่จะยกกองทัพมา ้ ย่ายี
  • 9. ข้าบาทบมาดมนอสัตย์ พิเ คราะห์ชัดถนัดความ จริงอ้างกระจ่างพจนตาม อธิบายระบิลแจง วัชชีบวรนครสรร พจะขันจะเข้มแขง รี้พลสกลพิรยแรง ิ รณการกล้าหาญ แคว้นวัชชี โดยหาได้มีผลดีตามที่คดมุงหมายไว้แต่อย่างไร ข้าพระองค์คด ิ ่ ิ ไตร่ตรองด้วยความสัตย์ เห็นอย่างชัดเจนจึงได้กราบทูลอธิบายว่า แคว้นวัชชีนน ั้ เข้มแข็ง ไพร่พลมากมายล้วนแต่กล้าหาญ
  • 10. มาคธไผทรฐนิกร พลอ่อนบชานาญ ทั้ง สินจะสู้สมรราญ ้ ริปุนั้นไฉนไหว ดั่ง อินทโคปกะผวา มุหฝ่าณกองไฟ หิ่ง ห้อยสิแข่งสุรยะไหน ิ จะมิน่าชิวาลาญ ส่วนมคธนั้นเล่าทหารยังอ่อนหัดไม่ชานาญ ไม่อาจทาสงครามกับข้าศึก ได้ เปรียบเสมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ หิ่งห้อยแข่งกับแสงอาทิตย์ ก็มีแต่จะ เสียชีวิต
  • 11. เห็นน่าจะหายนะก็ขด พจนัตถทัดทาน ั บัดดลบดินทรธดาล พระพิโรธส้าแดง ลงราชทัณฑพิธทา รุณการร้ายแรง ไป่ควรเฉลยนยแถลง เพราะพระองค์กทรงเห็น ็ เห็นความหายนะชัดเจนจึงทูลทัดทาน ทันใดพระองค์ทรงพิโรธ สั่งให้ลงโทษอย่าง หนักในฐานที่บังอาจกราบทูลขัดแย้งกับพระองค์
  • 12. กราบทูลประมูลบทประมวล ระบุล้วนตลอดเป็น ความจริง บ แต่งกลประเด็น นิรสารพาที ที่ดับระงับทุผลผ่อน ก็ บ ห่อนจะเห็นมี นอกจากพระองค์อดุลสี ตลเมต ต คุณมัย ที่ข้าพระองค์กราบทูลมาทังหมดนีเ้ ป็นความจริงทุกประการ มิได้เสริมแต่งสาระ ้ อันใดเลย ที่ที่จะช่วยดับความทุกข์ร้อนได้กไ็ ม่มี นอกเสียจากความร่มเย็นแห่งพระ มหากรุณาธิคุณของพระองค์
  • 13. มุ่ง มาก็หมายกมลมี สรณียเป็นไป ครองชีวสืบสุขพิสัย อนุสนธิอาสัญ สุดแต่จะทรงพระกรุณา ทะนุข้าพระบทมาลย์ ผู้ถึง อภัพทุพลซาน เสาะอุสาหมาถึง เดินทางมาก็หมายใจจะยึดเป็นที่พ่ง ครองชีวตอย่างเป็นสุขสืบไปจนกว่าจะตาย จะ ึ ิ ตั้งใจรับราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณตลอดไป ทั้งนีสุดแต่จะทรงพระกรุณาโปรด ้ เกล้าฯ แก่ข้าพระองค์ผู้อาภัพอับจนที่ได้ซมซานมาด้วยความอุตสาหะ
  • 15. การเลือกสรรคา วรรณคดีประเภทฉันท์แม้จะนิยมใช้คาบาลีสันสกฤตก็ตาม เพราะต้องการบังคับ ครุ ลหุ แต่ผู้แต่งสามัคคีเภทคาฉันท์กเ็ ลือกสรรคาได้อย่างไพเราะเหมาะสมทั้งเสียงและ ความ เช่น ๑. ใช้คาง่าย ๆ ในบางตอน ทาให้ผู้อานเข้าใจได้ไม่ยากนัก เช่น ตอนวัสสกา - ่ รพราหมณ์เข้าเมืองเวสาลีซ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นวัชชี ึ ๒. การใช้คาที่มีเสียงเสนาะ เสียงเสนาะเกิดจากการใช้คาเลียนเสียงธรรมชาติ มี การย้าคา ใช้คาที่ก่อให้เกิดความรู้สก เช่น ตอนชมกระบวนช้าง ึ
  • 16. ๓. ใช้คาที่ก่อให้เกิดความรู้สก เช่น ตอนพรรณนากองทัพของพระเจ้า อชาตศัตรู ึ “แรงหัตถ์กวัดแกว่งซึ่งสรรพ์ ศัสตราวุธอัน วะวาบวะวาวขาวคม” คา วะวาบวะวาว ก่อความรู้สกให้ผู้อ่านนึกเกรงขามได้ดีมาก ึ ๔. ใช้คาที่มีความหมายกระชับ คาบางคาผูอ่านอ่านแล้วเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ ้ ถ้อยคาอื่นมาขยายความอีกเลย ๕. การหลากคา กวีจาเป็นต้องรู้จักคามากเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คาซ้ากัน ทาให้ ผู้อ่านเห็นความเป็นอัจฉริยะของกวี
  • 17. ๖. การเพิ่มสัมผัส คาประพันธ์ไทยนิยมสัมผัสมากแม้ว่าฉันท์จะเป็นคาประพันธ์ที่ ไทยรับมาจากอินเดียซึ่งแต่เดิมไม่มสัมผัส เราก็เพิ่มสัมผัสนอกเข้าไปเพื่อให้ไพเราะ ี ยิ่งขึ้น นอกจากนียังเพิ่มครุ ลหุเข้าไปในกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ทาให้เกิดลีลาคึกคัก ้ เหมาะสมกับท้องเรื่อง เช่น ตอนบรรยายการจัดกองทัพของพระเจ้า อชาตศัตรู
  • 18. การใช้โวหาร สามัคคีเภทคาฉันท์มีความไพเราะงดงามอันเกิดจากสารที่กวีใช้ศลปะในการถ่ายทอด ิ ความหมายของเนือหาโดยการใช้สานวนโวหาร และการใช้ภาพจน์ เพื่อให้ผู้อานจินตนาการ ้ ่ เห็นภาพชัดเจน เข้าใจและเกิดอารมณ์คล้ายตาม เช่น ๑. บรรยายโวหาร ใช้คาให้เห็นภาพชัดเจนตามลาดับเหตุการณ์ รวดเร็ว เข้าใจง่าย ๒. พรรณนาโวหาร เป็นการสร้างมโนภาพให้ผอ่านเกิดภาพขึนในใจ หรือมองเห็นภาพ ู้ ้ บรรยากาศตามที่กวีต้องการ ๓. อุปมาโวหาร เป็นการกล่าวเปรียบเทียบเพื่อให้ผู้ผอ่านเข้าใจและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึน ู้ ้
  • 19. ลีล าการประพันธ์ - ใช้ฉันทลักษณ์ได้อย่างงดงามเหมาะสม โดยเลือกฉันท์ชนิดต่าง ๆ มาใช้สลับกัน ตามความเหมาะสมกับเนือเรื่อง จึงเกิดความไพเราะสละสลวย ้ - ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เห็นภาพชัดเจน