ݺߣ

ݺߣShare a Scribd company logo
อุปกรณ์การประพันธ์
       สัมผัส
    1. สัมผัสบังคับ คือ สัมผัสนอกวรรคเป็นได้เฉพาะสัมผัสสระเท่านั้น อาจเรียกว่า สัมผัสนอก
    2. สัมผัสไม่บังคับ คือ สัมผัสในวรรคเป็นได้ทั้งสัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะ อาจเรียกว่าสัมผัสใน
สัมผัสสระคือคาที่ประสมสระเดียวกันมีพยัญชนะท้ายมาตราเดียวกัน เช่น ชา นา , คิด กิจ
สัมผัสพยัญชนะ คือคาที่ใช้พยัญชนะต้นหน่วยเสียงเดียวกัน เช่น ชาย ชาญ , คราว ครา ครั้ง

         สัมผัสพยัญชนะ
1. คาคู่ คือการใช้พยัญชนะต้นหน่วยเสียงเดียวกันเรียงติดกัน 2 คา เช่น
         แจ่มไพจิตรเจิดประจักษ์เป็นหลักชัย
2. คาเทียบคู่ คือ การใช้พยัญชนะต้นหน่วยเสียงเดียวกันเรียงติดกัน 3 คา เช่น
         ศุกร์สิบสองกุมภาพันของปีนี้
                              ์
3.คาเทียมรถ คือ การใช้พยัญชนะต้นหน่วยเสียงเดียวกันเรียงติดกัน 4 คา เช่น
         มานมุ่งมาดมอบไว้ก็ไม่ผิด
4. คาเทียบรถ คือ การใช้พยัญชนะต้นหน่วยเสียงเดียวกันเรียงติดกัน 5 คา เช่น
         โสตซึมซับศัพท์เสียงสาเนียงเสนาะ
5.คาทบคู่ คือ การใช้คาคู่เรียงติดกันเป็น 2 คู่ เช่น
         จะเวียนวัฏฐ์กัลป์กัปป์นับล้านปี
6.คาแทรกคู่ คือ การใช้คาคูโดยมีคาอื่นคันกลาง 1 คา เช่น
                           ่             ่
         มากเกินจุดทีจะถามความเฉลย
                     ่
7. คาแทรกรถ คือ การใช้คาคู่โดยมีคาอื่นคันกลาง 2 คา เช่น
                                           ่
         โอ้พระคุณสูญลับไม่กลับหลัง

         สัมผัสสระ
1. คาเคียง คือ การใช้สระเดียวกันเรียงติดกัน 2 คา เช่น
         ร้อยวาจาเรียงอารมณ์ด้วยพรหมพร
2. คาเทียบเคียง คือ การใช้สระเดียวกันเรียงติดกัน 3 คา เช่น
         อาจอ้างว้างห่างเหจากเคหา
3. คาทบเคียง คือ การใช้คาเคียงเรียงติดกัน 2 คู่ เช่น
         ประพฤติตนพ้นคราบบาปวิมุตติ์
4. คาแทรกแอก คือ คาเคียงที่มคาอื่นคันกลาง 2 คา เช่น
                                 ี       ่
         สองดนัยพลัดพรากไปไกลจากแดน
5. คาเทียมแอก คือ คาเคียงที่มคาอื่นคันกลาง 1 คา จะต้องอยู่ท้ายวรรค เช่น
                               ี       ่
         ครูเป็นเพื่อนเป็นพี่แลเป็นแม่
6. คาแทรกเคียง คือ คาเคียงที่มคาอื่นคันอยู่ 1 คา จะต้องอยู่ต้นหรือกลางวรรค เช่น
                                   ี       ่
         ให้เปลวไฟไหม้มอดมวลโมหะ
         อร่ามแอร่มจรัสเรื้องรุ้งเรืองฉาย

         คาเอก คาโท
คาเอก คือคาที่มีรูปวรรณยุกต์เอกกากับ เช่น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ( อาจใช้คาตายแทนคาเอกก็ได้ )
คาโท คือ คาที่มรูปวรรณยุกต์โทกากับ เช่น น้าน้อย ฟ้าฟืน
                ี                                       ้
คาเอกโทษ คือ คาซึ่งเดิมใช้รูปวรรณยุกต์โทกากับแต่เปลี่ยนมาใช้รูปวรรณยุกต์เอกกากับ เพื่อให้ถูกตาม
ตาแหน่งบังคับ เช่น แห้ง ---- แฮ่ง , ถ้วน---- ท่วน , หญ้า--- ย่า , ให้--- ใฮ่
คาโทโทษ คือ คาซึ่งเดิมใช้รูปวรรณยุกต์เอกกากับแต่เปลี่ยนมาใช้รูปวรรณยุกต์โทกากับเพื่อให้ถูกตาแหน่ง
บังคับ เช่น ท่วน--- ถ้วน , ช่วย --- ฉ้วย , ย่า --- หญ้า

         คาเป็น คาตาย

                1. คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นไม่มีตวสะกด เช่น ทะลุ สุปิติ
                                                   ั
คาตาย
                2. คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นหรือยาวที่มตัวสะกดในมาตรากก กด กบ เช่น
                                                        ี
                นก – นาก , ลด – ลาด , คบ—คาบ

                1. คาที่ประสมด้วยสระเสียงยาว ไม่มีตัวสะกด เช่น นา มี ปู
คาเป็น
                2. คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นหรือยาวที่มตัวสะกดในมาตราแม่ กง กน กม เกย เกอว เช่น
                                                        ี
                นง—นาง , ลน—ลาน , คม—คาม , คุย—คาย , สิว-- สาว

                 คาครุ ลหุ
คาลหุ คือ คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นแล้วไม่มีตัวสะกด
คาครุ คือ คาที่ประสมด้วยสระเสียงยาว , คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นหรือยาวแล้วมีตัวสะกด
คานา
1. สักวาขึนต้นด้วยคาว่า สักวา จบด้วยคาว่า เอย
          ้
2. ดอกสร้อย ในวรรคแรก คาที่ 1 กับคาที่ 3 จะต้องเป็นคาเดียวกัน คาที่ 2 เป็นคาว่า เอ๋ย
3. กลอนบทละคร
        3.1 เมื่อนัน เป็นคานาเมื่อตัวละครในช่วงนั้นเป็นกษัตริย์
                    ้
        3.2 บัดนัน เป็นคานาเมื่อตัวละครในช่วงนันไม่ใช่กษัตริย์
                  ้                               ้
        3.3 มาจะกล่าวบทไป เมื่อตัวละครเป็นใครก็ได้ที่เด่นในจุดนั้น

                  คาสร้อย (มีเฉพาะในโคลง)
จุดประสงค์ของคาสร้อย คือ เพื่อความไพเราะและเพื่อให้ครบความ
ข้อบังคับของคาสร้อย ห้ามมีความหมายทั้ง 2 คา และคาสุดท้ายห้ามเป็นคาตาย
ตัวอย่าง
                  นางโรยนางรืนขึน
                               ่ ้            ไปเยือน
         เห็นราชสองหมองเหมือน                 ดั่งไข้
         ทุกวันดุจดวงเดือน                    ใดดั่ง นี้นา
         หมองอย่างนี้ข้าไหว้                  บอกข้าขอฟัง หนึ่งรา

More Related Content

อุปกรณ์การประพันธ์

  • 1. อุปกรณ์การประพันธ์ สัมผัส 1. สัมผัสบังคับ คือ สัมผัสนอกวรรคเป็นได้เฉพาะสัมผัสสระเท่านั้น อาจเรียกว่า สัมผัสนอก 2. สัมผัสไม่บังคับ คือ สัมผัสในวรรคเป็นได้ทั้งสัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะ อาจเรียกว่าสัมผัสใน สัมผัสสระคือคาที่ประสมสระเดียวกันมีพยัญชนะท้ายมาตราเดียวกัน เช่น ชา นา , คิด กิจ สัมผัสพยัญชนะ คือคาที่ใช้พยัญชนะต้นหน่วยเสียงเดียวกัน เช่น ชาย ชาญ , คราว ครา ครั้ง สัมผัสพยัญชนะ 1. คาคู่ คือการใช้พยัญชนะต้นหน่วยเสียงเดียวกันเรียงติดกัน 2 คา เช่น แจ่มไพจิตรเจิดประจักษ์เป็นหลักชัย 2. คาเทียบคู่ คือ การใช้พยัญชนะต้นหน่วยเสียงเดียวกันเรียงติดกัน 3 คา เช่น ศุกร์สิบสองกุมภาพันของปีนี้ ์ 3.คาเทียมรถ คือ การใช้พยัญชนะต้นหน่วยเสียงเดียวกันเรียงติดกัน 4 คา เช่น มานมุ่งมาดมอบไว้ก็ไม่ผิด 4. คาเทียบรถ คือ การใช้พยัญชนะต้นหน่วยเสียงเดียวกันเรียงติดกัน 5 คา เช่น โสตซึมซับศัพท์เสียงสาเนียงเสนาะ 5.คาทบคู่ คือ การใช้คาคู่เรียงติดกันเป็น 2 คู่ เช่น จะเวียนวัฏฐ์กัลป์กัปป์นับล้านปี 6.คาแทรกคู่ คือ การใช้คาคูโดยมีคาอื่นคันกลาง 1 คา เช่น ่ ่ มากเกินจุดทีจะถามความเฉลย ่ 7. คาแทรกรถ คือ การใช้คาคู่โดยมีคาอื่นคันกลาง 2 คา เช่น ่ โอ้พระคุณสูญลับไม่กลับหลัง สัมผัสสระ 1. คาเคียง คือ การใช้สระเดียวกันเรียงติดกัน 2 คา เช่น ร้อยวาจาเรียงอารมณ์ด้วยพรหมพร 2. คาเทียบเคียง คือ การใช้สระเดียวกันเรียงติดกัน 3 คา เช่น อาจอ้างว้างห่างเหจากเคหา 3. คาทบเคียง คือ การใช้คาเคียงเรียงติดกัน 2 คู่ เช่น ประพฤติตนพ้นคราบบาปวิมุตติ์
  • 2. 4. คาแทรกแอก คือ คาเคียงที่มคาอื่นคันกลาง 2 คา เช่น ี ่ สองดนัยพลัดพรากไปไกลจากแดน 5. คาเทียมแอก คือ คาเคียงที่มคาอื่นคันกลาง 1 คา จะต้องอยู่ท้ายวรรค เช่น ี ่ ครูเป็นเพื่อนเป็นพี่แลเป็นแม่ 6. คาแทรกเคียง คือ คาเคียงที่มคาอื่นคันอยู่ 1 คา จะต้องอยู่ต้นหรือกลางวรรค เช่น ี ่ ให้เปลวไฟไหม้มอดมวลโมหะ อร่ามแอร่มจรัสเรื้องรุ้งเรืองฉาย คาเอก คาโท คาเอก คือคาที่มีรูปวรรณยุกต์เอกกากับ เช่น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ( อาจใช้คาตายแทนคาเอกก็ได้ ) คาโท คือ คาที่มรูปวรรณยุกต์โทกากับ เช่น น้าน้อย ฟ้าฟืน ี ้ คาเอกโทษ คือ คาซึ่งเดิมใช้รูปวรรณยุกต์โทกากับแต่เปลี่ยนมาใช้รูปวรรณยุกต์เอกกากับ เพื่อให้ถูกตาม ตาแหน่งบังคับ เช่น แห้ง ---- แฮ่ง , ถ้วน---- ท่วน , หญ้า--- ย่า , ให้--- ใฮ่ คาโทโทษ คือ คาซึ่งเดิมใช้รูปวรรณยุกต์เอกกากับแต่เปลี่ยนมาใช้รูปวรรณยุกต์โทกากับเพื่อให้ถูกตาแหน่ง บังคับ เช่น ท่วน--- ถ้วน , ช่วย --- ฉ้วย , ย่า --- หญ้า คาเป็น คาตาย 1. คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นไม่มีตวสะกด เช่น ทะลุ สุปิติ ั คาตาย 2. คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นหรือยาวที่มตัวสะกดในมาตรากก กด กบ เช่น ี นก – นาก , ลด – ลาด , คบ—คาบ 1. คาที่ประสมด้วยสระเสียงยาว ไม่มีตัวสะกด เช่น นา มี ปู คาเป็น 2. คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นหรือยาวที่มตัวสะกดในมาตราแม่ กง กน กม เกย เกอว เช่น ี นง—นาง , ลน—ลาน , คม—คาม , คุย—คาย , สิว-- สาว คาครุ ลหุ คาลหุ คือ คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นแล้วไม่มีตัวสะกด คาครุ คือ คาที่ประสมด้วยสระเสียงยาว , คาที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นหรือยาวแล้วมีตัวสะกด
  • 3. คานา 1. สักวาขึนต้นด้วยคาว่า สักวา จบด้วยคาว่า เอย ้ 2. ดอกสร้อย ในวรรคแรก คาที่ 1 กับคาที่ 3 จะต้องเป็นคาเดียวกัน คาที่ 2 เป็นคาว่า เอ๋ย 3. กลอนบทละคร 3.1 เมื่อนัน เป็นคานาเมื่อตัวละครในช่วงนั้นเป็นกษัตริย์ ้ 3.2 บัดนัน เป็นคานาเมื่อตัวละครในช่วงนันไม่ใช่กษัตริย์ ้ ้ 3.3 มาจะกล่าวบทไป เมื่อตัวละครเป็นใครก็ได้ที่เด่นในจุดนั้น คาสร้อย (มีเฉพาะในโคลง) จุดประสงค์ของคาสร้อย คือ เพื่อความไพเราะและเพื่อให้ครบความ ข้อบังคับของคาสร้อย ห้ามมีความหมายทั้ง 2 คา และคาสุดท้ายห้ามเป็นคาตาย ตัวอย่าง นางโรยนางรืนขึน ่ ้ ไปเยือน เห็นราชสองหมองเหมือน ดั่งไข้ ทุกวันดุจดวงเดือน ใดดั่ง นี้นา หมองอย่างนี้ข้าไหว้ บอกข้าขอฟัง หนึ่งรา