ݺߣ

ݺߣShare a Scribd company logo
วิชา ชีววิทยา( ว 30103 )

ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5

ครู นิชนันท์ ไกรทองสุ ข (ครูนิช)
1 2การแบ่งเซลล์
1 2การแบ่งเซลล์
การแบ่ งเซลล์ แบบไมโทซิส ( MITOSIS )
- เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ร่ำงกำย เพื่อกำรเจริ ญเติบโตของ
พืช สัตว์หลำยเซลล์ และมนุษย์
- ในกำรแบ่งเซลล์ เซลล์จะมีกำรถ่ำยทอดโครงสร้ำงต่ำง
ๆ รวมถึงสำรพันธุ กรรมภำยในเซลล์ไปสู่ เซลล์ใหม่ จึงได้
เซลล์ใหม่ที่มีลกษณะทำงพันธุ กรรมเหมือนกับเซลล์เดิม
ั
- ไม่มีกำรลดจำนวนชุดโครโมโซม 2n 2n , n n
- เมื่อสิ้ นสุ ดกำรแบ่งเซลล์จะได้ 2 เซลล์ใหม่
การแบ่ งเซลล์ แบบไมโทซิส
วัฏจักรྺอง๶ซลล์
ขั้นตอนการแบ่ งเซลล์ แบบไมโทซิ ส

1. ระยะอินเตอร์ เฟส เป็ นระยะเตรี ยมควำมพร้อมของ
เซลล์ในระยะนี้ จะมีนิวเคลียสขนำดใหญ่
2. ระยะโพรเฟส เป็ นระยะที่โครมำทิดม้วนขดตัว
จนสำมำรถมองเห็นแท่งโครโมโซมอยูเ่ ป็ นคู่ยดติดกัน
ึ
่
อยูที่เ ซนโทรเมียร์ เยือหุ ้มนิวเคลียสและนิ วคลีโอลัส
่
หำยไป
3.ระยะเมทำเฟส เป็ นระยะที่โครโมโซมเคลื่อนตัว
ไปเรี ย งตำมแนวกึ ่ ง กลำงของเซลล์ม องเห็น แท่ง
โครโมโซมได้ชดเจน
ั
4.ระยะแอนำเฟส เป็ นระยะที่แท่งโครโมโซมถูกดึงให้
่
แยกออกจำกกัน กลำยเป็ น แท่ง เดียว 2 กลุ่ม อยูแ ต่ล ะขั้ว
ของเซลล์
5. ระยะเทโลเฟส เป็ นระยะที่โครโมโซมในแต่ละ
ขั้ ว ของเซลล์ม ีก ำรคลำยต ว เป็ น เส้น ยำว เยื อ หุ ้ม
ั
่
นิวเคลียสและเยื่อหุ ้มนิ วคลีโอลัสเริ่ มปรำกฏให้เห็น
1 2การแบ่งเซลล์
การแบ่ งเซลล์ แบบไมโอซิส ( MEIOSIS )
- ไมโอซิ สเป็ นกำรแบ่งนิ วเคลียสของเซลล์ที่เจริ ญเป็ นเซลล์
สื บพันธุ์ ทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
- หลังจำกแบ่งเซลล์เสร็ จแล้วได้เซลล์ใหม่ 4 เซลล์ แต่ละเซลล์
มีโครโมโซมเพียงครึ่ งหนึ่ งของเซลล์แม่
- โครโมโซมของเซลล์ใ หม่แต่ล ะเซลล์จึงเป็ นแฮพลอยด์
(haploid) หรื อ n โครโมโซม คือมีโครโมโซมเพียงชุดเดียว
เท่ำนั้น เป็ นกำรแบ่งเซลล์เพื่อสร้ำงเซลล์สืบพันธุ์
1. การแบ่ งไมโอซิ สครั้ งแรก (MEIOSIS I)
มีระยะต่ างๆ ดังนี้

ระยะอินเตอร์ เฟส I ( interphase I )
- กำรเปลี ่ย นแปลงที ่เ กิด ขึ้ น ในระยะนี้ มีก ำรเตรี ย มสำรต่ำ งๆ เช่น
โปรตีน เอนไซม์เ พื ่อ ใช้ใ นระยะต่อ ไปจึง มีเ มแทบอลิซึ ม สู ง มี
นิ วเคลียสใหญ่มีกำรจำลองโครโมโซมใหม่แนบชิดกับโครโมโซม
เดิมและเหมือนเดิมทุก ประกำรโครโมโซมเป็ นเส้นบำงยำวๆ พัน
กันเป็ นกลุ่มร่ ำงแห
ระยะโพรเฟส I (prophase I)
- ใช้เวลำนำนและซับซ้อนมำกที่สุด มีเหตุกำรณ์ที่สำคัญ
คือ
- โครโมโซมหดสั้นเป็ นแท่งหนำขึ้น
- โครโมโซมคู่เหมือน (homologous chromosome) มำจับคู่
กันเป็ นคู่ๆ แนบชิ ดกันเรี ยก ไซแนพซิ ส (synapsis) คู่ของ
โครโมโซมแต่ละคู่เรี ยก ไบวำเลนท์ (bivalant) แต่ล ะ
ั
โครโมโซมที่เข้ำคู่กน มี 2 โครมำทิด มีเซนโทรเมียร์ ยึดไว้
ดังนั้น 1 ไบวำเลนท์มี 4 โครมำทิด
- เซนทริ โอแยกไปยังขั้วเซลล์ท้ ง 2 ข้ำง
ั

- มีเส้นใยสปิ นเดิล ยึดเซนโทรเมียร์ ของแต่ละโครโมโซมกับ
ขั้วเซลล์
- โครโมโซมหดตัวสั้นและหนำมำกขึ้น เยื่อหุ ้มนิ วเคลียส
และนิ วคลีโอลัสค่อยๆ สลำยไป
ระยะเมทาเฟส I (mataphase I)
่
- แต่ละไบวำเลนท์ของโครโมโซม มำเรี ยงอยูกลำงเซลล์
เยื่อหุ ้มนิ วเคลียสและนิ วคลีโอลัสสลำยไปหมดแล้ว
ระยะแอนาเฟส I (anaphase I)
- โครโมโซมคู่เหมือนที่จบคู่กน ถูกแรงดึงจำกเส้นใยสปิ นเดิลให้
ั ั
แยกตัวออกจำกกันไปยังขั้วเซลล์ที่อยู่ตรงข้ำม
- กำรแยกโครโมโซมนี้ มีผลทำให้กำรสลับชิ้นส่ วนของโครมำทิด
ตรงบริ เวณที่มีกำรไขว้เปลี่ยนช่วยทำให้เกิดกำรแปรผัน (variation)
ของลักษณะต่ำงๆ ของสิ่ งมีชีวิต
จำกกำรแยกกัน ของโครโมโซมไปยัง ขั้ว เซลล์แ ต่ล ะข้ำ งมี
โครโมโซมเหลือเพียงครึ่ งหนึ่ งของเซลล์เดิม
ระยะเทโลเฟส I (telophase I)
- ในระยะนี้ จะมีโครโมโซม 2 กลุ่มแต่ละกลุ่มจะมีจำนวน
โครโมโซมเพีย งครึ่ งหนึ่ ง ของเซลล์เ ดิม แต่ล ะเซลล์มี
โครโมโซมเป็ นแฮพลอยด์
2. ไมโอซีส ครั้ งที่ 2 (meiosis II ) เกิดต่อเนื่ องไปเลยไม่มีพกและ
ั
ผ่ำนระยะอินเทอร์ เฟสไป ไม่มีกำรจำลองโครโมโซมใหม่อีก เริ่ ม
มีกำรเปลี่ยนแปลงดังนี้
ระยะโพรเฟส II (prophase II)

- แต่ละโครโมโซมในนิ วเคลียส แยกเป็ น 2 โครมำทิด มี เซนโทร
เมีย ร์ ย ึด ไว้ เซนทริ โ อลแยกออกไปขั้ว เซลล์ท้ัง 2 ข้ำ ง มีเ ส้น
ั
ใยสปิ นเดิลยึด เซนโทรเมียร์ กบขั้วเซลล์ เยื่อหุ ้มนิ วเคลียสและนิ
วคลีโอลัสสลำยไป
ระยะเมทาเฟส II (metaphase II)

่
- โครโมโซมทั้งหมดมำรวมอยูกลำงเซลล์
ระยะแอนาเฟส II (anaphase II)
- เส้นใยสปิ นเดิลหดตัวสั้นเข้ำและดึงให้โครมำทิดของ
แต่ล ะโครโมโซมแยกออกจำกกัน ไปขั้ว เซลล์ต รงกัน
ข้ำม
ระยะเทโลเฟส II (terophase II)

- เกิดนิ วคลีโอลัส เยื่อหุ ้มนิ วเคลียสล้อมรอบ โครมำทิด
กลุ่มใหญ่ แต่ละโครมำทิดก็คือ โครโมโซม นั้นเอง เมื่อ
จบกำรแบ่งเซลล์ในระยะเทโลเฟส 2 แล้วได้เซลล์ใหม่ 4
เซลล์ แต่ละเซลล์มีโครโมโซมเป็ นแฮพลอยด์

More Related Content

1 2การแบ่งเซลล์

  • 1. วิชา ชีววิทยา( ว 30103 ) ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5 ครู นิชนันท์ ไกรทองสุ ข (ครูนิช)
  • 4. การแบ่ งเซลล์ แบบไมโทซิส ( MITOSIS ) - เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ร่ำงกำย เพื่อกำรเจริ ญเติบโตของ พืช สัตว์หลำยเซลล์ และมนุษย์ - ในกำรแบ่งเซลล์ เซลล์จะมีกำรถ่ำยทอดโครงสร้ำงต่ำง ๆ รวมถึงสำรพันธุ กรรมภำยในเซลล์ไปสู่ เซลล์ใหม่ จึงได้ เซลล์ใหม่ที่มีลกษณะทำงพันธุ กรรมเหมือนกับเซลล์เดิม ั - ไม่มีกำรลดจำนวนชุดโครโมโซม 2n 2n , n n - เมื่อสิ้ นสุ ดกำรแบ่งเซลล์จะได้ 2 เซลล์ใหม่
  • 7. ขั้นตอนการแบ่ งเซลล์ แบบไมโทซิ ส 1. ระยะอินเตอร์ เฟส เป็ นระยะเตรี ยมควำมพร้อมของ เซลล์ในระยะนี้ จะมีนิวเคลียสขนำดใหญ่
  • 8. 2. ระยะโพรเฟส เป็ นระยะที่โครมำทิดม้วนขดตัว จนสำมำรถมองเห็นแท่งโครโมโซมอยูเ่ ป็ นคู่ยดติดกัน ึ ่ อยูที่เ ซนโทรเมียร์ เยือหุ ้มนิวเคลียสและนิ วคลีโอลัส ่ หำยไป
  • 9. 3.ระยะเมทำเฟส เป็ นระยะที่โครโมโซมเคลื่อนตัว ไปเรี ย งตำมแนวกึ ่ ง กลำงของเซลล์ม องเห็น แท่ง โครโมโซมได้ชดเจน ั
  • 10. 4.ระยะแอนำเฟส เป็ นระยะที่แท่งโครโมโซมถูกดึงให้ ่ แยกออกจำกกัน กลำยเป็ น แท่ง เดียว 2 กลุ่ม อยูแ ต่ล ะขั้ว ของเซลล์
  • 11. 5. ระยะเทโลเฟส เป็ นระยะที่โครโมโซมในแต่ละ ขั้ ว ของเซลล์ม ีก ำรคลำยต ว เป็ น เส้น ยำว เยื อ หุ ้ม ั ่ นิวเคลียสและเยื่อหุ ้มนิ วคลีโอลัสเริ่ มปรำกฏให้เห็น
  • 13. การแบ่ งเซลล์ แบบไมโอซิส ( MEIOSIS ) - ไมโอซิ สเป็ นกำรแบ่งนิ วเคลียสของเซลล์ที่เจริ ญเป็ นเซลล์ สื บพันธุ์ ทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ - หลังจำกแบ่งเซลล์เสร็ จแล้วได้เซลล์ใหม่ 4 เซลล์ แต่ละเซลล์ มีโครโมโซมเพียงครึ่ งหนึ่ งของเซลล์แม่ - โครโมโซมของเซลล์ใ หม่แต่ล ะเซลล์จึงเป็ นแฮพลอยด์ (haploid) หรื อ n โครโมโซม คือมีโครโมโซมเพียงชุดเดียว เท่ำนั้น เป็ นกำรแบ่งเซลล์เพื่อสร้ำงเซลล์สืบพันธุ์
  • 14. 1. การแบ่ งไมโอซิ สครั้ งแรก (MEIOSIS I) มีระยะต่ างๆ ดังนี้ ระยะอินเตอร์ เฟส I ( interphase I ) - กำรเปลี ่ย นแปลงที ่เ กิด ขึ้ น ในระยะนี้ มีก ำรเตรี ย มสำรต่ำ งๆ เช่น โปรตีน เอนไซม์เ พื ่อ ใช้ใ นระยะต่อ ไปจึง มีเ มแทบอลิซึ ม สู ง มี นิ วเคลียสใหญ่มีกำรจำลองโครโมโซมใหม่แนบชิดกับโครโมโซม เดิมและเหมือนเดิมทุก ประกำรโครโมโซมเป็ นเส้นบำงยำวๆ พัน กันเป็ นกลุ่มร่ ำงแห
  • 15. ระยะโพรเฟส I (prophase I) - ใช้เวลำนำนและซับซ้อนมำกที่สุด มีเหตุกำรณ์ที่สำคัญ คือ - โครโมโซมหดสั้นเป็ นแท่งหนำขึ้น - โครโมโซมคู่เหมือน (homologous chromosome) มำจับคู่ กันเป็ นคู่ๆ แนบชิ ดกันเรี ยก ไซแนพซิ ส (synapsis) คู่ของ โครโมโซมแต่ละคู่เรี ยก ไบวำเลนท์ (bivalant) แต่ล ะ ั โครโมโซมที่เข้ำคู่กน มี 2 โครมำทิด มีเซนโทรเมียร์ ยึดไว้ ดังนั้น 1 ไบวำเลนท์มี 4 โครมำทิด
  • 16. - เซนทริ โอแยกไปยังขั้วเซลล์ท้ ง 2 ข้ำง ั - มีเส้นใยสปิ นเดิล ยึดเซนโทรเมียร์ ของแต่ละโครโมโซมกับ ขั้วเซลล์ - โครโมโซมหดตัวสั้นและหนำมำกขึ้น เยื่อหุ ้มนิ วเคลียส และนิ วคลีโอลัสค่อยๆ สลำยไป
  • 17. ระยะเมทาเฟส I (mataphase I) ่ - แต่ละไบวำเลนท์ของโครโมโซม มำเรี ยงอยูกลำงเซลล์ เยื่อหุ ้มนิ วเคลียสและนิ วคลีโอลัสสลำยไปหมดแล้ว
  • 18. ระยะแอนาเฟส I (anaphase I) - โครโมโซมคู่เหมือนที่จบคู่กน ถูกแรงดึงจำกเส้นใยสปิ นเดิลให้ ั ั แยกตัวออกจำกกันไปยังขั้วเซลล์ที่อยู่ตรงข้ำม - กำรแยกโครโมโซมนี้ มีผลทำให้กำรสลับชิ้นส่ วนของโครมำทิด ตรงบริ เวณที่มีกำรไขว้เปลี่ยนช่วยทำให้เกิดกำรแปรผัน (variation) ของลักษณะต่ำงๆ ของสิ่ งมีชีวิต จำกกำรแยกกัน ของโครโมโซมไปยัง ขั้ว เซลล์แ ต่ล ะข้ำ งมี โครโมโซมเหลือเพียงครึ่ งหนึ่ งของเซลล์เดิม
  • 19. ระยะเทโลเฟส I (telophase I) - ในระยะนี้ จะมีโครโมโซม 2 กลุ่มแต่ละกลุ่มจะมีจำนวน โครโมโซมเพีย งครึ่ งหนึ่ ง ของเซลล์เ ดิม แต่ล ะเซลล์มี โครโมโซมเป็ นแฮพลอยด์
  • 20. 2. ไมโอซีส ครั้ งที่ 2 (meiosis II ) เกิดต่อเนื่ องไปเลยไม่มีพกและ ั ผ่ำนระยะอินเทอร์ เฟสไป ไม่มีกำรจำลองโครโมโซมใหม่อีก เริ่ ม มีกำรเปลี่ยนแปลงดังนี้ ระยะโพรเฟส II (prophase II) - แต่ละโครโมโซมในนิ วเคลียส แยกเป็ น 2 โครมำทิด มี เซนโทร เมีย ร์ ย ึด ไว้ เซนทริ โ อลแยกออกไปขั้ว เซลล์ท้ัง 2 ข้ำ ง มีเ ส้น ั ใยสปิ นเดิลยึด เซนโทรเมียร์ กบขั้วเซลล์ เยื่อหุ ้มนิ วเคลียสและนิ วคลีโอลัสสลำยไป
  • 21. ระยะเมทาเฟส II (metaphase II) ่ - โครโมโซมทั้งหมดมำรวมอยูกลำงเซลล์
  • 22. ระยะแอนาเฟส II (anaphase II) - เส้นใยสปิ นเดิลหดตัวสั้นเข้ำและดึงให้โครมำทิดของ แต่ล ะโครโมโซมแยกออกจำกกัน ไปขั้ว เซลล์ต รงกัน ข้ำม
  • 23. ระยะเทโลเฟส II (terophase II) - เกิดนิ วคลีโอลัส เยื่อหุ ้มนิ วเคลียสล้อมรอบ โครมำทิด กลุ่มใหญ่ แต่ละโครมำทิดก็คือ โครโมโซม นั้นเอง เมื่อ จบกำรแบ่งเซลล์ในระยะเทโลเฟส 2 แล้วได้เซลล์ใหม่ 4 เซลล์ แต่ละเซลล์มีโครโมโซมเป็ นแฮพลอยด์