1. 1
อสมการ คือ ประโยคสัญลักษณ์ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ของจานวน โดยมีสัญลักษณ์ น้อยกว่า( < ) มากกว่า
( > ) น้อยกว่าหรือเท่ากับ (≤) มากกว่าหรือเท่ากับ (≥) และ ไม่เท่ากับ (≠)
เช่น 1<2<3 ความหมายคือ 1 < 2 และ 2 < 3
ℝ+ เป็นส่วนหนึ่งของ ℝ ดังนั้นจึงมีสมบัติที่เกี่ยวข้องคือ สมบัติจานวนจริงข้อที่ 11 , 12 ,13
นิยาม a < b คือ b − a ∈ ℝ+
a > b คือ a − b ∈ ℝ+
สมบัติไตรวิภาค
ถ้า a และ b เป็นจานวนจริง ลักษณะของ a และ b จะเป็นจริงเพียงข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
1. a = b ก็ต่อเมื่อ a – b =0
2. a < b ก็ต่อเมื่อ b – a ∈ ℝ+
3. a > b ก็ต่อเมื่อ a – b ∈ ℝ+
สมบัติการไม่เท่ากัน
1. สมบัติการถ่ายทอด ถ้า a > b และ b > c แล้ว a > c
2. สมบัติการบวกด้วยจานวนที่เท่ากัน ถ้า a > b แล้ว a+c > b+c
3. สมบัติการคูณด้วยจานวนที่เท่ากัน ถ้า a > b และ c > 0 แล้ว ac > bc
ถ้า a > b และ c < 0 แล้ว ac < bc
4. สมบัติการตัดออกสาหรับการบวก ถ้า a+c > b+c แล้ว a > b
5. สมบัติการตัดออกสาหรับการคูณ ถ้า ac > bc และ c > 0 แล้ว a > b
ถ้า ac > bc และ c < 0 แล้ว a < b
2. 2
ตัวอย่างที่ 1. ให้ −5 ≤ x ≤ −2 และ −4 ≤ y ≤ 3 จงหา x + y2 , x−y
วิธีทา จาก −5 ≤ x ≤ −2
จะได้ x ≥ −5 และ x ≤ −2 ... (1)
จาก −4 ≤ y ≤ 3 จะได้ 9 ≤ y2 ≤ 16
นั่นคือ y2 ≥ 9 และ y 2 ≤ 16 ... (2)
จาก −4 ≤ y ≤ 3 จะได้ −3 ≤ −y ≤ 4
นั่นคือ −y ≥ −3 และ −y ≤ 4 ... (3)
(1) + (2) ; 4 ≤ x + y 2 ≤ 14
(1) + (3) ; −8 ≤ x − y ≤ 2
(a+b)2
ตัวอย่างที่ 2. ถ้า a > 0 และ b > 0 แล้วจงแสดงว่า 2
> ab
(a+b)2 (a+b)2
วิธีทา [ในการตรวจสอบว่า 2
> ab หรือไม่ เราต้องตรวจสอบว่า
2
− ab > 0 ซึ่งเป็น
จานวนจริงบวก]
(a+b)2 a 2 +2ab +b 2 −2ab a 2 +b 2
เนื่องจาก 2
− ab =
2
=
2
a 2 +b 2
เนื่องจาก a > 0 และ b > 0 นั่นคือ a และ b เป็นจานวนจริงบวก ดังนั้น 2
>0ซึ่งเป็นจานวนจริงบวก
a 2 +b 2
นั่นคือ 2
− ab>0 ซึ่งเป็นจานวนจริงบวก
(a+b)2
ดังนั้น 2
> ab
3. 3
ช่วงและเส้นจานวน (Interval and Number Line)
เนื่องจากจานวนจริงเป็นเซตอนันต์ (เซตที่หาค่าสิ้นสุดไม่ได้) ดังนั้นอาจจะมีบางสับเซตของจานวน
จริงเป็นเซตอนันต์ด้วย ซึ่งในบางครั้งเราไม่สามารถที่จะเขียนในรูปแจกแจงสมาชิกได้ นักคณิตศาสตร์จึงได้
กาหนดสัญลักษณ์ แทนสับเซตเหล่านั้น ซึ่งเรียกสัญลักษณ์นี้ว่า ช่วงของจานวนจริง
ช่วงของจานวนจริง แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ช่วงจากัด (finite interval) และ ช่วงอนันต์
(infinite interval) ดังนี้
1. ช่วงจากัด
1.1) a, b = x a < x < b
a b
1.2) a, b = x a ≤ x ≤ b
a b
1.3) a, b = x a < x ≤ b
a b
1.4) a, b = x a ≤ x < b
a b
2. ช่วงอนันต์
2.1) a, ∞ = x x > a a
2.2) a, ∞ = x x ≥ a
a
2.3) −∞, a = x x < a
a
2.4) −∞, a = x x ≤ a
a
2.5) −∞, ∞ = x x ∈ R
4. 4
ตัวอย่างที่ 3. ให้ A = x −1 < x ≤ 5 และ B = xx>2 จงหาเซตคาตอบของ
A ∪ B , A ∩ B′ , A − B
วิธีทา หา A ∪ B
-1 2 5
ดังนั้น A ∪ B = x x ≥ −1 = [−1, ∞)
หา A ∩ B′
-1 2 5
ดังนั้น A ∩ B ′ = x −1 ≤ x ≤ 2 = [−1,2]
หา A − B
-1 2 5
ดังนั้น A − B= x −1 ≤ x ≤ 2 = [−1,2]
การแก้อสมการ(Solving Inequality)
1. การแก้อสมการเชิงเส้น(กาลังหนึ่ง)
ตัวอย่างที่ 4. จงหาเซตคาตอบอสมการของ 3x − 2 ≥ 1 − 2x
วิธีทา จาก 3x − 2 ≥ 1 − 2x
3x + 2x ≥ 1 + 2