ݺߣ

ݺߣShare a Scribd company logo
สารและการเปลี่ยนแปลง
จุึϸระสงค์การเรียนรู้   1.  อธิบายสมบัติของของแข็ง  ของเหลวและแก๊สได้ 2.  อธิบายกระบวนการเปลี่ยนสถานะྺองสารได้ 3.  อธิบายการเปรียบเทียบขนาดอนุภาคของของแข็ง  ของเหลวและแก๊สได้ 4.  มีทักษะในการทดลอง  การวิเคราะห์ผลการทดลอง  การสรุปผลการทดลอง  ตลอดจนการแปลความหมายของข้อมูลและกราฟได้
สถานะของสาร สถานะ  เป็นสมบัติหนึ่งของสาร  ถ้าแบ่งสารโดยใช้สถานะ เป็นเกณฑ์  จะแบ่งสารได้ดังนี้  1.   ของแข็ง ( solid )  อนุภาคอยู่ชิดกัน  ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ทำให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมีมากกว่าสารชนิดอื่น  มีรูปร่างแน่นอน และมีปริมาตรคงที่ เช่น  เหล็ก  อะลูมิเนียม  เงิน  ทองแดง  เป็นต้น  2.  ของเหลว ( liquid )   อนุภาคอยู่ห่างกันเล็กน้อย  ทำให้เคลื่อนที่ได้  รูปร่างไม่แน่นอนเปลี่ยนตามภาชนะที่บรรจุ  ปริมาตรคงที่  เช่น  น้ำ  แอลกอฮอล์  โบรมีน  เป็นต้น
สถานะของสาร ( ต่อ ) 3 .  แก๊ส ( gas )   เป็นสารที่มีอนุภาคฟุ้งกระจายตามภาชนะที่บรรจุ  เนื่องจากอนุภาคอยู่ห่างกันมาก  มีพลังงานในการเคลื่อนที่รวดเร็ว ไปได้ทุกทิศทุกทางตลอดเวลา  จึงมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อย  ได้แก่  อากาศ  แก๊สออกซิเจน  เป็นต้น
การเปลี่ยนสถานะྺองสาร
สถานะของสารสามารถเปลี่ยนแปลงไปมาได้  เมื่อได้รับความร้อน  หรือคายความร้อน  เมื่อปริมาณความร้อนถึงจุดจุดหนึ่งซึ่งเป็นสมบัติเฉพาะตัวของสาร  สารก็จะเปลี่ยนสถานะ
การเปลี่ยนแปลง สถานะ ของสาร มี ความสัมพันธ์กับพลังงาน  ทั้งการไ ด้รับพลังงานความร้อน   และ การคายพลังงานความร้อน  ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะ โดย ไปมีผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร  ซึ่งแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสารนั้นก็แตกต่างกันจึงเป็นสมบัติเฉพาะตัวของสารนั้น ๆ
พลังงานกับการเปลี่ยนสถานะྺองสาร   แบ่งได้เป็น             การเปลี่ยนสถานะระหว่างของแข็งกับของเหลว   เมื่อของแข็งได้รับความ  ร้อน    อนุภาคจะมีพลังงานจลน์สูงขึ้น    แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลถูกทำลาย   และเมื่ออุณหภูมิเพิ่มจนถึงจุดหลอมเหลว    จะเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นของเหลวระหว่างเปลี่ยนสถานะอุณหภูมิจะคงที่   เป็น การเปลี่ยนแปลงพลังงานแบบดูดความร้อน เช่น    การหลอมเหลวของน้ำแข็งน้ำในทางกลับกันเมื่อทำให้ของเหลวอุณหภูมิลดลงจะเปลี่ยนสถานะไปเป็นของแข็งระหว่างเปลี่ยนสถานะอุณหภูมิจะคงที่    เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบคายพลังงาน    เช่น   การแข็งตัวของน้ำ
   การเปลี่ยนสถานะระหว่างของเหลวกับแก๊ส   เมื่อของเหลวได้รับความร้อนอุณหภูมิสูงขึ้น พลังงานจลน์ของโมเลกุลเพิ่มขึ้น    แรงยึดเหนี่ยวถูกทำลายจนถึงจุดเดือดซึ่งระหว่างเปลี่ยนสถานะอุณหภูมิจะคงที่   หลุดออกเป็นโมเลกุลของแก๊ส  เป็นการเปลี่ยนแปลง  “แบบดูดพลังงาน”     ในทางกลับกันเมื่ออุณหภูมิลดลง    แก๊สเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวระหว่างเปลี่ยนสถานะอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง    เป็นการเปลี่ยนแปลง  “แบบคายความร้อน”
   การเปลี่ยนสถานะระหว่างของแข็งกับแก๊ส   เมื่อของแข็งได้รับความร้อน จะทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้น    พลังงานจลน์ของโมเลกุลเพิ่มขึ้น   แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลถูกทำลาย   สารเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นแก๊สหรือไอ    เป็น การเปลี่ยนแปลงแบบดูดความร้อน   เช่น   การกลายเป็นไอของลูกเหม็น    การบูร    เกล็ดไอโอดีน    น้ำแข็งแห้ง   เป็นต้น
การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากของแข็งไปเป็นของเหลว และจากของเหลวไปเป็นแก๊ส จะต้องให้ความร้อนแก่สาร เพื่อให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสารลดลง ทำให้อนุภาคของสารเกิดการจับตัวกันน้อยลง และเกิดช่องว่างระหว่างอนุภาคมากขึ้น การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากแก๊สกลับมาเป็นของเหลว และจากของเหลวกลับมาเป็นของแข็ง จะต้องลดอุณหภูมิของสาร เพื่อให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสารเพิ่มขึ้น ทำให้อนุภาคของสารเกิดการจับตัวกันมากขึ้น และเกิดช่องว่างระหว่างอนุภาคน้อยลง
ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนสถานะྺองสาร   เช่น      การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากของแข็งเป็นของเหลว เช่น การหล่อเทียน   การหล่อพระพุทธรูป การหล่อเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยนำสารที่จะหล่อมาหลอมเหลวแล้ว  ใส่ในแม่พิมพ์ เป็นต้น    การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากของแข็งเป็นแก๊ส เช่น การระเหิดของลูกเหม็น เป็นต้น    การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากแก๊สไปเป็นของเหลว  เช่นการทำฝนเทียมโดยใช้สารเคมีเพื่อทำให้เกิดการควบแน่นของไอน้ำในอากาศกลายเป็นฝน ในกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ต้องอาศัยหลักการควบแน่นของสาร เป็นต้น    การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากของเหลวไปเป็นแก๊ส เช่น การทำน้ำให้เดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำ การผลิตกระแสไฟฟ้าจากแรงดันไอของน้ำเดือด เป็นต้น    การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากของเหลวไปเป็นของแข็ง เช่น การทำน้ำแข็ง  การทำไอศกรีม เป็นต้น

More Related Content

Ȩ๶สนอสาร

  • 2. จุึϸระสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายสมบัติของของแข็ง ของเหลวและแก๊สได้ 2. อธิบายกระบวนการเปลี่ยนสถานะྺองสารได้ 3. อธิบายการเปรียบเทียบขนาดอนุภาคของของแข็ง ของเหลวและแก๊สได้ 4. มีทักษะในการทดลอง การวิเคราะห์ผลการทดลอง การสรุปผลการทดลอง ตลอดจนการแปลความหมายของข้อมูลและกราฟได้
  • 3. สถานะของสาร สถานะ เป็นสมบัติหนึ่งของสาร ถ้าแบ่งสารโดยใช้สถานะ เป็นเกณฑ์ จะแบ่งสารได้ดังนี้ 1. ของแข็ง ( solid ) อนุภาคอยู่ชิดกัน ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ทำให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมีมากกว่าสารชนิดอื่น มีรูปร่างแน่นอน และมีปริมาตรคงที่ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม เงิน ทองแดง เป็นต้น 2. ของเหลว ( liquid ) อนุภาคอยู่ห่างกันเล็กน้อย ทำให้เคลื่อนที่ได้ รูปร่างไม่แน่นอนเปลี่ยนตามภาชนะที่บรรจุ ปริมาตรคงที่ เช่น น้ำ แอลกอฮอล์ โบรมีน เป็นต้น
  • 4. สถานะของสาร ( ต่อ ) 3 . แก๊ส ( gas ) เป็นสารที่มีอนุภาคฟุ้งกระจายตามภาชนะที่บรรจุ เนื่องจากอนุภาคอยู่ห่างกันมาก มีพลังงานในการเคลื่อนที่รวดเร็ว ไปได้ทุกทิศทุกทางตลอดเวลา จึงมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อย ได้แก่ อากาศ แก๊สออกซิเจน เป็นต้น
  • 6. สถานะของสารสามารถเปลี่ยนแปลงไปมาได้ เมื่อได้รับความร้อน หรือคายความร้อน เมื่อปริมาณความร้อนถึงจุดจุดหนึ่งซึ่งเป็นสมบัติเฉพาะตัวของสาร สารก็จะเปลี่ยนสถานะ
  • 7. การเปลี่ยนแปลง สถานะ ของสาร มี ความสัมพันธ์กับพลังงาน ทั้งการไ ด้รับพลังงานความร้อน   และ การคายพลังงานความร้อน ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะ โดย ไปมีผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร ซึ่งแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสารนั้นก็แตกต่างกันจึงเป็นสมบัติเฉพาะตัวของสารนั้น ๆ
  • 8. พลังงานกับการเปลี่ยนสถานะྺองสาร แบ่งได้เป็น       การเปลี่ยนสถานะระหว่างของแข็งกับของเหลว   เมื่อของแข็งได้รับความ ร้อน   อนุภาคจะมีพลังงานจลน์สูงขึ้น   แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลถูกทำลาย   และเมื่ออุณหภูมิเพิ่มจนถึงจุดหลอมเหลว   จะเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นของเหลวระหว่างเปลี่ยนสถานะอุณหภูมิจะคงที่   เป็น การเปลี่ยนแปลงพลังงานแบบดูดความร้อน เช่น   การหลอมเหลวของน้ำแข็งน้ำในทางกลับกันเมื่อทำให้ของเหลวอุณหภูมิลดลงจะเปลี่ยนสถานะไปเป็นของแข็งระหว่างเปลี่ยนสถานะอุณหภูมิจะคงที่   เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบคายพลังงาน   เช่น   การแข็งตัวของน้ำ
  • 9. การเปลี่ยนสถานะระหว่างของเหลวกับแก๊ส   เมื่อของเหลวได้รับความร้อนอุณหภูมิสูงขึ้น พลังงานจลน์ของโมเลกุลเพิ่มขึ้น   แรงยึดเหนี่ยวถูกทำลายจนถึงจุดเดือดซึ่งระหว่างเปลี่ยนสถานะอุณหภูมิจะคงที่   หลุดออกเป็นโมเลกุลของแก๊ส เป็นการเปลี่ยนแปลง “แบบดูดพลังงาน” ในทางกลับกันเมื่ออุณหภูมิลดลง    แก๊สเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวระหว่างเปลี่ยนสถานะอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง   เป็นการเปลี่ยนแปลง “แบบคายความร้อน”
  • 10.    การเปลี่ยนสถานะระหว่างของแข็งกับแก๊ส เมื่อของแข็งได้รับความร้อน จะทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้น    พลังงานจลน์ของโมเลกุลเพิ่มขึ้น   แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลถูกทำลาย   สารเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นแก๊สหรือไอ    เป็น การเปลี่ยนแปลงแบบดูดความร้อน   เช่น   การกลายเป็นไอของลูกเหม็น    การบูร    เกล็ดไอโอดีน    น้ำแข็งแห้ง   เป็นต้น
  • 11. การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากของแข็งไปเป็นของเหลว และจากของเหลวไปเป็นแก๊ส จะต้องให้ความร้อนแก่สาร เพื่อให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสารลดลง ทำให้อนุภาคของสารเกิดการจับตัวกันน้อยลง และเกิดช่องว่างระหว่างอนุภาคมากขึ้น การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากแก๊สกลับมาเป็นของเหลว และจากของเหลวกลับมาเป็นของแข็ง จะต้องลดอุณหภูมิของสาร เพื่อให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสารเพิ่มขึ้น ทำให้อนุภาคของสารเกิดการจับตัวกันมากขึ้น และเกิดช่องว่างระหว่างอนุภาคน้อยลง
  • 12. ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนสถานะྺองสาร เช่น  การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากของแข็งเป็นของเหลว เช่น การหล่อเทียน การหล่อพระพุทธรูป การหล่อเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยนำสารที่จะหล่อมาหลอมเหลวแล้ว ใส่ในแม่พิมพ์ เป็นต้น  การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากของแข็งเป็นแก๊ส เช่น การระเหิดของลูกเหม็น เป็นต้น  การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากแก๊สไปเป็นของเหลว เช่นการทำฝนเทียมโดยใช้สารเคมีเพื่อทำให้เกิดการควบแน่นของไอน้ำในอากาศกลายเป็นฝน ในกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ต้องอาศัยหลักการควบแน่นของสาร เป็นต้น  การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากของเหลวไปเป็นแก๊ส เช่น การทำน้ำให้เดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำ การผลิตกระแสไฟฟ้าจากแรงดันไอของน้ำเดือด เป็นต้น  การเปลี่ยนสถานะྺองสารจากของเหลวไปเป็นของแข็ง เช่น การทำน้ำแข็ง การทำไอศกรีม เป็นต้น