ݺߣ

ݺߣShare a Scribd company logo
กลุมที่ 1
  ่
ของ 3/5
กลุ่มที่ 1
กลุ่มที่ 1
ประเภทของหลอดไฟ
1. หลอดไฟฟ้ าธรรมดา มีไส้หลอดที่ทาด้วยลวดโลหะที่มีจุด
หลอมเหลวสู ง เช่น ทังสเตนเส้นเล็กๆ ขดเอาไว้เหมือนขดลวดสปริ ง
ภายในหลอดแก้วสู บอากาศออกหมดแล้วบรรจุก๊าซเฉื่ อย เช่น อาร์กอน
(Ar) ไว้ ก๊าซนี้ช่วยป้ องกันไม่ให้หลอดไฟฟ้ าดา ลักษณะของหลอดไฟ
เป็ นดังรู ป
หลักการทางานของหลอึϹฟฟาธรรมดา
                                                  ้
 กระแสไฟฟ้ าไหลผ่านไส้หลอดซึ่ งมีความต้านทานสู ง พลังงานไฟฟ้ าจะเปลี่ยนเป็ นพลังงาน
   ความร้อน ทาให้ไส้หลอดร้อนจัดจนเปล่งแสงออกมาได้ การเปลี่ยนพลังงานเป็ นดังนี้
            พลังงานไฟฟ้ า >>>พลังงานความร้อน >>>พลังงานแสง


2. หลอดเรื่ องแสง หรื อ หลอดฟลูออเรสเซนต์ (fluorescent) เป็ นอุปกรณ์ที่เปลี่ยน
พลังงานไฟฟ้ าเป็ นพลังงานแสงสว่าง ซึ่ งมีการประดิษฐ์ในปี ค.ศ. 1938 โดยมีรูปร่ างหลาย
แบบ อาจทาเป็ นหลอดตรง สั้น ยาว ขดเป็ นวงกลมหรือครึ่งวงกลม เป็ นต้น
ส่ วนประกอบของหลอดเรืองแสง
่
ตัวหลอดมีไส้โลหะทังสเตนติดอยูที่ปลายทั้ง 2
ข้าง ของหลอดแก้ว ซึ่ งผิวภายในของหลอด
ฉาบด้วยสารเรื่ องแสง อากาศในหลอดแก้วถูก
สู บออกจนหมดแล้วใส่ ไอปรอทไว้เล็กน้อย ดัง
รู ป
อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อให้หลอดเรื องแสงทางาน
1. สตาร์ตเตอร์ (starter) ทาหน้าที่เป็ นสวิตซ์อตโนมัติในขณะหลอดเรื องแสง ยัง
                                              ั
ไม่ติดและหยุดทางานเมื่อหลอดติดแล้ว
2. แบลลัสต์ (Ballast) ทาหน้าที่เพิ่มความต่างศักย์ เพื่อให้หลอดไฟเรื องแสงติดใน
                                          ่
ตอนแรกและทาหน้าที่ ควบคุมกระแสไฟฟ้ าที่ผานหลอด ให้ลดลงเมื่อหลอดติดแล้ว
การใช้หลอดเรื องแสงต้องต่อวงจรเข้ากับ
สตาร์ตเตอร์ และแบลลัสต์ แล้วจึงต่อเข้ากับ
สายไฟฟ้ าในบ้าน

More Related Content

กลุ่มที่ 1

  • 1. กลุมที่ 1 ่ ของ 3/5
  • 4. ประเภทของหลอดไฟ 1. หลอดไฟฟ้ าธรรมดา มีไส้หลอดที่ทาด้วยลวดโลหะที่มีจุด หลอมเหลวสู ง เช่น ทังสเตนเส้นเล็กๆ ขดเอาไว้เหมือนขดลวดสปริ ง ภายในหลอดแก้วสู บอากาศออกหมดแล้วบรรจุก๊าซเฉื่ อย เช่น อาร์กอน (Ar) ไว้ ก๊าซนี้ช่วยป้ องกันไม่ให้หลอดไฟฟ้ าดา ลักษณะของหลอดไฟ เป็ นดังรู ป
  • 5. หลักการทางานของหลอึϹฟฟาธรรมดา ้ กระแสไฟฟ้ าไหลผ่านไส้หลอดซึ่ งมีความต้านทานสู ง พลังงานไฟฟ้ าจะเปลี่ยนเป็ นพลังงาน ความร้อน ทาให้ไส้หลอดร้อนจัดจนเปล่งแสงออกมาได้ การเปลี่ยนพลังงานเป็ นดังนี้ พลังงานไฟฟ้ า >>>พลังงานความร้อน >>>พลังงานแสง 2. หลอดเรื่ องแสง หรื อ หลอดฟลูออเรสเซนต์ (fluorescent) เป็ นอุปกรณ์ที่เปลี่ยน พลังงานไฟฟ้ าเป็ นพลังงานแสงสว่าง ซึ่ งมีการประดิษฐ์ในปี ค.ศ. 1938 โดยมีรูปร่ างหลาย แบบ อาจทาเป็ นหลอดตรง สั้น ยาว ขดเป็ นวงกลมหรือครึ่งวงกลม เป็ นต้น ส่ วนประกอบของหลอดเรืองแสง
  • 6. ่ ตัวหลอดมีไส้โลหะทังสเตนติดอยูที่ปลายทั้ง 2 ข้าง ของหลอดแก้ว ซึ่ งผิวภายในของหลอด ฉาบด้วยสารเรื่ องแสง อากาศในหลอดแก้วถูก สู บออกจนหมดแล้วใส่ ไอปรอทไว้เล็กน้อย ดัง รู ป
  • 7. อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อให้หลอดเรื องแสงทางาน 1. สตาร์ตเตอร์ (starter) ทาหน้าที่เป็ นสวิตซ์อตโนมัติในขณะหลอดเรื องแสง ยัง ั ไม่ติดและหยุดทางานเมื่อหลอดติดแล้ว 2. แบลลัสต์ (Ballast) ทาหน้าที่เพิ่มความต่างศักย์ เพื่อให้หลอดไฟเรื องแสงติดใน ่ ตอนแรกและทาหน้าที่ ควบคุมกระแสไฟฟ้ าที่ผานหลอด ให้ลดลงเมื่อหลอดติดแล้ว