ݺߣ

ݺߣShare a Scribd company logo
พัฒนาองค์กรยุค 3.0 คืออะไรกัน
เขียนโดย : อาจารย์นิพฒน์ ชัยวรมุขกุล
ั

การพัฒนาองค์กร มีการเปลียนยุคสมัย มาแล้ว 3 ยุคด้วยกัน จะเรียกด้วยคําเท่หๆ เหมือนกับ
์
Version ของ Software คอมพิวเตอร์ก็ได้ว่ามาดูกนครับว่า แต่ละยุค แต่ละสมัย เป็ นอย่างไรกันบ้าง
ั
การพัฒนาองค์กร 1.0 (Kurt Lewin’s Model)
ยุคนี9เริมต้นมาตังแต่สมัยปฏิวตอตสาหกรรม (ช่วงปี 1760) ในยุคนี9วตถุดบทุกอย่างเริมต้นจาก
9
ัิุ
ั ิ
การทําเหมืองแร่มนกจิตวิทยาสังคมศาสตร์ท่านหนึงชือ Kurt Lewin ได้ศึกษาพฤติกรรมขององค์กรจาก
ี ั
การศึกษาการทํางานในเหมืองแร่
Kurt Lewin ค้นพบว่า การขุดพบแร่ในเหมืองมีดวยกัน 3 ขันตอนคือ
้
9
1. ขุด – เจาะ – ทุบ – ทําลาย ขันตอนการขุดพบแร่ต่าง ๆ ในเหมือง
9
2. ลําเลียง เคลือนย้ายแร่ต่างๆ เข้ามาสู่กระบวนการต่อ ๆ ไป
3. หลอมรวม หล่อหลอมแร่ต่างๆ นันทําเป็ นชิ9นส่วนเครืองจักรกลต่าง ๆ มากมาย
9
จึงเป็ นทีมาของ การพัฒนาองค์กรยุค 1.0 เฉกเช่นเดียวกับการถลุงแร่ข9นมาหลอม
ึ
ในยุคนันการพัฒนาองค์กรทําได้งาย ๆ เพราะองค์กรไม่หลากหลายเท่าปัจจุบน องค์กรส่วนมาก
9
่
ั
มุ่งเน้นการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ดังนัน การพัฒนาองค์กรในยุคนี9 จึงเป็ นแบบคล้าย ๆ กัน คือ
9
1. Unfreezing ละลายความเชือดังเดิมคือระบบเกษตรกรรม
9
2. Movement เพิมความรูใ้ หม่ๆ ความเชือใหม่ ๆ เข้าไปว่าสิงทีดีกว่าเป็ นอย่างไร
3. Refreezing คงระดับของการกระทําใหม่ ๆ นันให้คงที
9

The Best Knowledge

หน้า 1
การพัฒนาองค์กร 2.0 (Action Research Model)
ยุคนี9เป็ นยุคทีสินค้าในท้องตลาดมีเพิมมากขึ9น มีการแข่งขันด้านคุณภาพของสินค้าและบริการ
มากขึ9นเรือย ๆ เป็ นยุคทีองค์กรต่าง ๆ หันมาให้ความสนใจด้านการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการ
ของตนเอง
ยุคนี9เมือลูกค้าไม่พงพอใจในการใช้สนค้าก็จะเปลียนไปใช้สนค้าของคู่แข่งได้งายขึ9นกว่าเก่า ดังนัน
ึ
ิ
ิ
่
9
แต่ละองค์กรจึงหันมาดูแลในการแก้ปญหาต่างๆ ให้กบลูกค้า โดยการมาพิจารณาปัญหา (Problem) จาก
ั
ั
การผลิตสินค้าและบริการ โดยมุ่งเน้นทีกระบวนการผลิตมากกว่าทีตัวคน เกิดเป็ นกระบวนการพัฒนา
องค์กรทีเรียกว่า Action Research Model ขึ9นมา
การพัฒนาองค์กรในยุดนี9 มุ่งเน้นการ “แก้ไขปัญหา” และ “ควบคุมคุณภาพงาน” เพือให้ผลงาน
ทีออกมาในการทํางาน ดีข9นไปจนถึง “สิงทีBคาดหวังเอาไว้”
ึ
B
Model การพัฒนาองค์กร ทีเป็ นทีรูจกกันเป็ นอย่างดีคอ PDCA
้ั
ื
1.
2.
3.
4.

Plan
Do
Check
Action

การวางแผนการทํางานร่วมกัน
การลงมือทําตามแผนทีวางเอาไว้
การตรวจสอบผลการทํางานว่าเป็ นไปตามแผนทีวางไว้หรือไม่
การแก้ไขปัญหา ช่องว่างระหว่างสิงทีทํากับสิงทีคาดหวัง

โดยกระบวนการเหล่านี9 มองที ปัญหา (Problem) ทีเกิดขึ9นในระบบ แล้วจึงนํามาพัฒนาต่อไป
เป็ นทีมาของ การพัฒนาองค์กรยุค 2.0 เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิตสินค้านันเอง

The Best Knowledge

หน้า 2
การพัฒนาองค์กร 3.0 (Positive Model)
ยุคนี9เป็ นการเปลียนแปลงมาจาก การพัฒนาองค์กร 2.0 กล่าวคือ ในยุคที 2 นัน การเป็ นการ
9
พัฒนาองค์กรทีมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในองค์กร โดยเริมจากกระบวนการต่างๆ จนมาถึงตัวคน (Man) ก็
ยังมีการมุ่งเน้นการค้นหาและแก้ไขปัญหาตัวคนขององค์กรอยู่
แต่เมือยุคสมัยเปลียนไป คนทีเคยเป็ นเพียงแรงงาน (Man) ให้กบระบบการผลิต ก็เปลียนเป็ น
ั
สิงทีมากกว่าแรงงาน เราเรียกว่า ทุนมนุษย์ (Human) ในยุคปัจจุบนนี9 เราพบว่า การมุ่งเน้นทีจะค้นหาและ
ั
แก้ไขปัญหาในคนอย่างเดียว กลับทําให้คนเกิดความรูสกไม่ดี ทีมีคนอืน โดยเฉพาะหัวหน้างาน คอย
้ึ
จับผิดอยู่ตลอดเวลา
คนทีปัจจุบนเรียกว่า ทุนหรือทรัพยากรบุคคล มีทงจิตใจ อารมณ์และความรูสก เข้ามาเกียวข้อง
ั
ั9
้ึ
มากขึ9นกว่าเดิม ไม่มใครทีจะทํางานได้อย่างเต็มที เต็มกําลังของตนเอง หากว่ามีหวหน้าคอยจับผิด หรือ มี
ี
ั
เส้นความคาดหวังของผลงาน วางเอาไว้แล้วก่อนลงมือทํา
ในยุคนี9จงได้ผสมผสานหลักแนวคิดจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) เข้ามาเพือลดสิง
ึ
เหล่านี9ลง โดยการ มองข้ามปัญหาของการทํางาน ไปค้นหาสิงดีๆ ทีเคยเกิดขึ9นในอดีต มากกว่าการจับผิด
ในสิงไม่ดต่างๆ นัน ทําให้เกิดการเปลียนแปลงด้านการพัฒนาองค์กรตามไปด้วย จนกลายเป็ น การพัฒนา
ี
9
องค์กร 3.0 ในปัจจุบน เรียกว่า Positive Model
ั
Model การพัฒนาองค์กร ทีเป็ นทีรูจกกันเป็ นอย่างดีคือ Appreciative Inquiry (AI)
้ั
1.
2.
3.
4.

Discovery การร่วมกันค้นหาสิงดีๆ ทีเกิดขึ9นในองค์กร
Dream การร่วมกันวาดภาพฝันในอนาคตทีจะเกิดขึ9น
Design การวางแผนเพือให้ภาพฝันนันเกิดขึ9นจริง
9
Destiny การลงมือทําตามแผนเป็ นขันเป็ นตอน ตามจุดแข็งต่าง ๆ
9

ในยุคนี9 เรามุ่งเน้นการ “จับถูก” หรือ การ “ค้นหาสิงดีๆ ทีBซ่อนอยู่” ในระบบ ไม่ว่าจะเป็ น
B
กระบวนการผลิต คน วัตถุดบ เครืองมือเครืองจักร ขันตอน วิธีการ เมือค้นหาได้แล้วแม้เล็กน้อยเพียงใด
ิ
9
ก็ตาม ก็สามารถนําสิงดีๆ นันมาพัฒนาองค์กรได้ แม้ไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างเช่นการพัฒนาองค์กรในยุค
9
ก่อน ๆ ก็ตาม

The Best Knowledge

หน้า 3
ความแตกต่างระหว่างการพัฒนาองค์กรแต่ละยุค
1. การพัฒนาองค์กร 1.0 (Kurt Lewin’s Model)
การพัฒนาองค์กรในยุคนี9 เป็ นยุคแรกเริมของ การเปลียนแปลงองค์กร มีโมเดลทีเข้าใจง่าย ใน
เรืองการยกระดับองค์กรให้ดข9นในแง่มมต่าง ๆ เป็ นรากฐานทีดี สําหรับการพัฒนาองค์กรในยุคถัด ๆ มา
ีึ
ุ
แต่เมือกาลเวลาผ่านไป การเปลียนแปลงของยุคสมัยได้เปลียนไปอย่างรวดเร็วมากขึ9นทําให้ตองเพิมเติม
้
รายละเอียดในโมเดลนี9อกมากมาย
ี
2. การพัฒนาองค์กร 2.0 (Action Research Model)
การพัฒนาองค์กรในยุคนี9 พัฒนามาจากยุคแรกอย่างมากทังด้วยการเปลียนแปลงทางด้าน
9
อุตสาหกรรม ทีจะต้องตอบสนองกับลูกค้า ทีหลากหลายมากขึ9นไป จากเดิมทีมีสนค้าง่าย ๆ เพียงอย่าง
ิ
เดียว กลับไม่เพียงพอสําหรับ ความต้องการทีหลากหลายขึ9น เกิดการเปรียบเทียบองค์กรในกลุม
่
อุตสาหกรรมเดียวกันและเกิด “ปัญหา” ขึ9นมาให้ได้แก้ไขทุกวันโมเดลนี9จงเน้นหนักไปในการ “แก้ไข
ึ
ปัญหา” ทีเกิดขึ9นทังเรืองของการ “ควบคุมคุณภาพ” ของสินค้าและบริการทังเรืองของ
9
9
การ “บริหารงาน” ทีจะต้องใช้ทรัพยากรทีมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่แล้วกาลเวลาก็
แปรเปลียน ความต้องการของลูกค้า เริมไม่มขอจํากัดคนทํางานเองเริมถูกมองเป็ น “ทรัพยากรบุคคล” ทีมี
ี ้
ค่ามากทีสุดขององค์กรและ เริมมีการมองคน เป็ น มนุษย์ มีทกษะ ความสามารถ มีจตใจ มีความคิด
ั
ิ
มากกว่าเก่าก่อน ทีมองคนเป็ นเพียง แรงงาน“นวัตกรรม” จึงเป็ นตัวแปรสําคัญในการก้าวผ่านยุคสมัยนี9ไป
3. การพัฒนาองค์กร 3.0 (Positive Model)
เมือคน (Man) ทีในยุคทีผ่านมาถูกมองว่าเป็ นเพียงแค่ แรงงานในยุคนี9มองคน เป็ น มนุษย์
(Human) ทีมีทง แรงกาย แรงสมอง และ แรงใจนํามาซึงการผสมผสาน แนวคิดด้านจิตวิทยา เข้ามามี
ั9
ส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรในยุคที 3 นี9 ไม่เพียงแต่การ “พัฒนาทรัพยากรมนุษย์” เท่านัน ทีสําคัญ แต่
9
การพัฒนาความสัมพันธ์ของคนในองค์กร สําคัญไม่ยงหย่อนไปกว่ากันและสําคัญทีสุดคือ การสร้าง
ิ
โครงสร้างทีดี ให้คนในองค์กรใช้พลังของพวกเขาอย่างเต็มที การใช้พลังของคนในองค์กร ผนวกกับ การ
สร้างนวัตกรรมองค์กร ทีจะช่วย เพิมกําไร ลดต้นทุน เพิมความพึงพอใจ และ ลดความคาดหวังต่างๆ ลง
โดยมีขอแม้ว่า ใช้เพียงทรัพยากรทีมีอยู่เดิมขององค์กร เป็ นโจทย์ทท้าทายมากสําหรับ นักจิตวิทยาพัฒนา
้
ี
องค์กร แต่กใช่วา จะทําไม่ได้เลย
็ ่
The Best Knowledge

หน้า 4

More Related Content

พัฒนาองค์กรยุค 3.0 คืออะไรกัน

  • 1. พัฒนาองค์กรยุค 3.0 คืออะไรกัน เขียนโดย : อาจารย์นิพฒน์ ชัยวรมุขกุล ั การพัฒนาองค์กร มีการเปลียนยุคสมัย มาแล้ว 3 ยุคด้วยกัน จะเรียกด้วยคําเท่หๆ เหมือนกับ ์ Version ของ Software คอมพิวเตอร์ก็ได้ว่ามาดูกนครับว่า แต่ละยุค แต่ละสมัย เป็ นอย่างไรกันบ้าง ั การพัฒนาองค์กร 1.0 (Kurt Lewin’s Model) ยุคนี9เริมต้นมาตังแต่สมัยปฏิวตอตสาหกรรม (ช่วงปี 1760) ในยุคนี9วตถุดบทุกอย่างเริมต้นจาก 9 ัิุ ั ิ การทําเหมืองแร่มนกจิตวิทยาสังคมศาสตร์ท่านหนึงชือ Kurt Lewin ได้ศึกษาพฤติกรรมขององค์กรจาก ี ั การศึกษาการทํางานในเหมืองแร่ Kurt Lewin ค้นพบว่า การขุดพบแร่ในเหมืองมีดวยกัน 3 ขันตอนคือ ้ 9 1. ขุด – เจาะ – ทุบ – ทําลาย ขันตอนการขุดพบแร่ต่าง ๆ ในเหมือง 9 2. ลําเลียง เคลือนย้ายแร่ต่างๆ เข้ามาสู่กระบวนการต่อ ๆ ไป 3. หลอมรวม หล่อหลอมแร่ต่างๆ นันทําเป็ นชิ9นส่วนเครืองจักรกลต่าง ๆ มากมาย 9 จึงเป็ นทีมาของ การพัฒนาองค์กรยุค 1.0 เฉกเช่นเดียวกับการถลุงแร่ข9นมาหลอม ึ ในยุคนันการพัฒนาองค์กรทําได้งาย ๆ เพราะองค์กรไม่หลากหลายเท่าปัจจุบน องค์กรส่วนมาก 9 ่ ั มุ่งเน้นการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ดังนัน การพัฒนาองค์กรในยุคนี9 จึงเป็ นแบบคล้าย ๆ กัน คือ 9 1. Unfreezing ละลายความเชือดังเดิมคือระบบเกษตรกรรม 9 2. Movement เพิมความรูใ้ หม่ๆ ความเชือใหม่ ๆ เข้าไปว่าสิงทีดีกว่าเป็ นอย่างไร 3. Refreezing คงระดับของการกระทําใหม่ ๆ นันให้คงที 9 The Best Knowledge หน้า 1
  • 2. การพัฒนาองค์กร 2.0 (Action Research Model) ยุคนี9เป็ นยุคทีสินค้าในท้องตลาดมีเพิมมากขึ9น มีการแข่งขันด้านคุณภาพของสินค้าและบริการ มากขึ9นเรือย ๆ เป็ นยุคทีองค์กรต่าง ๆ หันมาให้ความสนใจด้านการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการ ของตนเอง ยุคนี9เมือลูกค้าไม่พงพอใจในการใช้สนค้าก็จะเปลียนไปใช้สนค้าของคู่แข่งได้งายขึ9นกว่าเก่า ดังนัน ึ ิ ิ ่ 9 แต่ละองค์กรจึงหันมาดูแลในการแก้ปญหาต่างๆ ให้กบลูกค้า โดยการมาพิจารณาปัญหา (Problem) จาก ั ั การผลิตสินค้าและบริการ โดยมุ่งเน้นทีกระบวนการผลิตมากกว่าทีตัวคน เกิดเป็ นกระบวนการพัฒนา องค์กรทีเรียกว่า Action Research Model ขึ9นมา การพัฒนาองค์กรในยุดนี9 มุ่งเน้นการ “แก้ไขปัญหา” และ “ควบคุมคุณภาพงาน” เพือให้ผลงาน ทีออกมาในการทํางาน ดีข9นไปจนถึง “สิงทีBคาดหวังเอาไว้” ึ B Model การพัฒนาองค์กร ทีเป็ นทีรูจกกันเป็ นอย่างดีคอ PDCA ้ั ื 1. 2. 3. 4. Plan Do Check Action การวางแผนการทํางานร่วมกัน การลงมือทําตามแผนทีวางเอาไว้ การตรวจสอบผลการทํางานว่าเป็ นไปตามแผนทีวางไว้หรือไม่ การแก้ไขปัญหา ช่องว่างระหว่างสิงทีทํากับสิงทีคาดหวัง โดยกระบวนการเหล่านี9 มองที ปัญหา (Problem) ทีเกิดขึ9นในระบบ แล้วจึงนํามาพัฒนาต่อไป เป็ นทีมาของ การพัฒนาองค์กรยุค 2.0 เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิตสินค้านันเอง The Best Knowledge หน้า 2
  • 3. การพัฒนาองค์กร 3.0 (Positive Model) ยุคนี9เป็ นการเปลียนแปลงมาจาก การพัฒนาองค์กร 2.0 กล่าวคือ ในยุคที 2 นัน การเป็ นการ 9 พัฒนาองค์กรทีมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในองค์กร โดยเริมจากกระบวนการต่างๆ จนมาถึงตัวคน (Man) ก็ ยังมีการมุ่งเน้นการค้นหาและแก้ไขปัญหาตัวคนขององค์กรอยู่ แต่เมือยุคสมัยเปลียนไป คนทีเคยเป็ นเพียงแรงงาน (Man) ให้กบระบบการผลิต ก็เปลียนเป็ น ั สิงทีมากกว่าแรงงาน เราเรียกว่า ทุนมนุษย์ (Human) ในยุคปัจจุบนนี9 เราพบว่า การมุ่งเน้นทีจะค้นหาและ ั แก้ไขปัญหาในคนอย่างเดียว กลับทําให้คนเกิดความรูสกไม่ดี ทีมีคนอืน โดยเฉพาะหัวหน้างาน คอย ้ึ จับผิดอยู่ตลอดเวลา คนทีปัจจุบนเรียกว่า ทุนหรือทรัพยากรบุคคล มีทงจิตใจ อารมณ์และความรูสก เข้ามาเกียวข้อง ั ั9 ้ึ มากขึ9นกว่าเดิม ไม่มใครทีจะทํางานได้อย่างเต็มที เต็มกําลังของตนเอง หากว่ามีหวหน้าคอยจับผิด หรือ มี ี ั เส้นความคาดหวังของผลงาน วางเอาไว้แล้วก่อนลงมือทํา ในยุคนี9จงได้ผสมผสานหลักแนวคิดจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) เข้ามาเพือลดสิง ึ เหล่านี9ลง โดยการ มองข้ามปัญหาของการทํางาน ไปค้นหาสิงดีๆ ทีเคยเกิดขึ9นในอดีต มากกว่าการจับผิด ในสิงไม่ดต่างๆ นัน ทําให้เกิดการเปลียนแปลงด้านการพัฒนาองค์กรตามไปด้วย จนกลายเป็ น การพัฒนา ี 9 องค์กร 3.0 ในปัจจุบน เรียกว่า Positive Model ั Model การพัฒนาองค์กร ทีเป็ นทีรูจกกันเป็ นอย่างดีคือ Appreciative Inquiry (AI) ้ั 1. 2. 3. 4. Discovery การร่วมกันค้นหาสิงดีๆ ทีเกิดขึ9นในองค์กร Dream การร่วมกันวาดภาพฝันในอนาคตทีจะเกิดขึ9น Design การวางแผนเพือให้ภาพฝันนันเกิดขึ9นจริง 9 Destiny การลงมือทําตามแผนเป็ นขันเป็ นตอน ตามจุดแข็งต่าง ๆ 9 ในยุคนี9 เรามุ่งเน้นการ “จับถูก” หรือ การ “ค้นหาสิงดีๆ ทีBซ่อนอยู่” ในระบบ ไม่ว่าจะเป็ น B กระบวนการผลิต คน วัตถุดบ เครืองมือเครืองจักร ขันตอน วิธีการ เมือค้นหาได้แล้วแม้เล็กน้อยเพียงใด ิ 9 ก็ตาม ก็สามารถนําสิงดีๆ นันมาพัฒนาองค์กรได้ แม้ไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างเช่นการพัฒนาองค์กรในยุค 9 ก่อน ๆ ก็ตาม The Best Knowledge หน้า 3
  • 4. ความแตกต่างระหว่างการพัฒนาองค์กรแต่ละยุค 1. การพัฒนาองค์กร 1.0 (Kurt Lewin’s Model) การพัฒนาองค์กรในยุคนี9 เป็ นยุคแรกเริมของ การเปลียนแปลงองค์กร มีโมเดลทีเข้าใจง่าย ใน เรืองการยกระดับองค์กรให้ดข9นในแง่มมต่าง ๆ เป็ นรากฐานทีดี สําหรับการพัฒนาองค์กรในยุคถัด ๆ มา ีึ ุ แต่เมือกาลเวลาผ่านไป การเปลียนแปลงของยุคสมัยได้เปลียนไปอย่างรวดเร็วมากขึ9นทําให้ตองเพิมเติม ้ รายละเอียดในโมเดลนี9อกมากมาย ี 2. การพัฒนาองค์กร 2.0 (Action Research Model) การพัฒนาองค์กรในยุคนี9 พัฒนามาจากยุคแรกอย่างมากทังด้วยการเปลียนแปลงทางด้าน 9 อุตสาหกรรม ทีจะต้องตอบสนองกับลูกค้า ทีหลากหลายมากขึ9นไป จากเดิมทีมีสนค้าง่าย ๆ เพียงอย่าง ิ เดียว กลับไม่เพียงพอสําหรับ ความต้องการทีหลากหลายขึ9น เกิดการเปรียบเทียบองค์กรในกลุม ่ อุตสาหกรรมเดียวกันและเกิด “ปัญหา” ขึ9นมาให้ได้แก้ไขทุกวันโมเดลนี9จงเน้นหนักไปในการ “แก้ไข ึ ปัญหา” ทีเกิดขึ9นทังเรืองของการ “ควบคุมคุณภาพ” ของสินค้าและบริการทังเรืองของ 9 9 การ “บริหารงาน” ทีจะต้องใช้ทรัพยากรทีมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่แล้วกาลเวลาก็ แปรเปลียน ความต้องการของลูกค้า เริมไม่มขอจํากัดคนทํางานเองเริมถูกมองเป็ น “ทรัพยากรบุคคล” ทีมี ี ้ ค่ามากทีสุดขององค์กรและ เริมมีการมองคน เป็ น มนุษย์ มีทกษะ ความสามารถ มีจตใจ มีความคิด ั ิ มากกว่าเก่าก่อน ทีมองคนเป็ นเพียง แรงงาน“นวัตกรรม” จึงเป็ นตัวแปรสําคัญในการก้าวผ่านยุคสมัยนี9ไป 3. การพัฒนาองค์กร 3.0 (Positive Model) เมือคน (Man) ทีในยุคทีผ่านมาถูกมองว่าเป็ นเพียงแค่ แรงงานในยุคนี9มองคน เป็ น มนุษย์ (Human) ทีมีทง แรงกาย แรงสมอง และ แรงใจนํามาซึงการผสมผสาน แนวคิดด้านจิตวิทยา เข้ามามี ั9 ส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรในยุคที 3 นี9 ไม่เพียงแต่การ “พัฒนาทรัพยากรมนุษย์” เท่านัน ทีสําคัญ แต่ 9 การพัฒนาความสัมพันธ์ของคนในองค์กร สําคัญไม่ยงหย่อนไปกว่ากันและสําคัญทีสุดคือ การสร้าง ิ โครงสร้างทีดี ให้คนในองค์กรใช้พลังของพวกเขาอย่างเต็มที การใช้พลังของคนในองค์กร ผนวกกับ การ สร้างนวัตกรรมองค์กร ทีจะช่วย เพิมกําไร ลดต้นทุน เพิมความพึงพอใจ และ ลดความคาดหวังต่างๆ ลง โดยมีขอแม้ว่า ใช้เพียงทรัพยากรทีมีอยู่เดิมขององค์กร เป็ นโจทย์ทท้าทายมากสําหรับ นักจิตวิทยาพัฒนา ้ ี องค์กร แต่กใช่วา จะทําไม่ได้เลย ็ ่ The Best Knowledge หน้า 4